ราศีมังกร (16 ม.ค.-15 ก.พ.) ชาวราศีมังกรเป็นธาตุดิน ไม้มงคลที่ชาวราศีมังกรควรปลูกคือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา ให้กับตนเอง และเพื่อเสริมความมั่นคง แก่ลูกหลาน นอกจากนี้แล้วยังมีไม้มงคลเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับผู้ที่เกิดราศีมังกร คือ ไผ่ ซึ่งแสดงถึงความอดทนความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ดอกสีเหลืองของราชพฤกษ์ เปรียบได้กับความรุ่งเรือง ดั่งทอง และต้นจำปี ไม้เหล่านี้จะให้ความร่มเย็น และต้นไม้เหล่านี้ห้ามปลูกตรงทางเข้าประตูรั้วด้านหน้า เพราะถือว่า เป็นการทำให้ปากมังกรอับจน ควรจะปลูกด้านข้าง หรือ ด้านหลัง หรือบริเวณรอบ ๆ ราศีกุมภ์ (16 ก.พ.-15 มี.ค.) ไม้มงคลของชาวราศีกุมภ์ เป็นอิทธิพลของธาตุไฟผสมกับธาตุทอง ซึ่งบ่งบอกพลังที่ฟุ้งและสร้างสรรค์ มั่นคงประดุจดั่งทองคำ ซึ่งต้นไม้ที่ควรปลูกได้แก่ ต้นเข็ม เฟื้องฟ้า หรือบอนไซ ไว้บริเวณสวนหน้าบ้าน โรงงาน หรือร้านค้าของตน เพื่อเป็นศิริมงคล ให้เกิดความมั่นคั่ง รุ่งเรือง และมีชีวิตที่ยืนยาว เข็ม เพื่อเสริมพลังความฉลาดเฉียบแหลม ของผู้เกิดราศีกุมภ์ เฟื่องฟ้า เป็นพรรณไม้ที่สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น และเมื่อดอกเฟื้องฟ้าบาน เชื่อว่าจะแสดงถึงชีวิตที่สดใสเบิกบาน สว่าง รุ่งเรือง และความก้าวไกลแห่งชีวิต บอนไซ แสดงถึงความแข็งแกร่ง อดทน สามารถทนอยู่ได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ สมกับเป็นพรรณไม้ของชาวราศีกุมภ์ ราศีมีน (16 มี.ค.-15 เม.ย.) ชาวราศีมีนเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลที่ช่วยเสริมโฉลก เสริมความร่ำรวย คือ ต้นเฟื่องฟ้า ต้นกล้วยไม้ ต้นวาสนา ไม้ที่ช่วยเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง และให้โชคลาภกับผู้เกิดราศีมีน คือ กล้วยไม้ คนโบราณเชื่อว่า กล้วยไม้ จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เฟื่องฟ้าแสดงถึงชีวิตที่รุ่งเรือง สดใสเบิกบาน ต้นวาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าสามารถปลูกได้สวยงามและออกดอก เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง ส่วนไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง จะช่วยเสริมบารมีคุ้มครองบริวาร และลูกหลานเช่นกัน ราศีเมษ (16 เม.ษ.-15 พ.ค.) ชาวราศีเมษเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลของชาวราศีเมษ คือ ต้นมะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ ต้นมะขาม เพื่อให้ผู้คนเกรงขาม และต้นเฟื่องฟ้า เพื่อความร่ำรวย มะยม และ มะขาม ต้นไม้ทั้งสองนี้ จะเป็นพลังช่วยหนุนให้ชาวราศีเมษประสบความสำเร็จในชีวิต และในหน้าที่การงาน มะยม ปลูกแล้วจะทำให้มีคนนิยมชมชอบ มีเมตตามหานิยม สำหรับมะขามจะทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ นอกจากนี้ยังมีต้นเฟื้องฟ้าที่จะทำให้ ชาวราศีเมษมีชีวิตที่รุ่งเรือง สว่างไสว และสดใสเบิกบาน ราศีพฤษภ (16 พ.ค.-15 มิ.ย.) ชาวราศีพฤษภเป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลที่ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ต้องเป็นไม้จำพวกธาตุทอง คือ ต้นโมก ต้นแก้ว และต้นส้มโอ ดอกสีขาวของโมกจะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์สดใส และโบราณยังเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภายนอก และควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านและควรปลูกในวันเสาร์ แก้ว จะทำให้มีโชคมีลาภ คนในบ้านจะมีความดี มีคุณค่าสูง ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ ส้มโอ เป็นต้นไม้ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ ราศีเมถุน (16 มิ.ย.-15 ก.ค.) ชาวราศีเมถุน เป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลจะต้องเป็นไม้มงคลของธาตุไฟ ซึ่งได้แก่ ต้นกุหลาบ ต้นโป๊ยเซียน ต้นโมก ต้นทับทิม และต้นเข็ม โมกจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ และความสดใส เข็ม ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้าน หรือสองฝากทางเข้าบ้านจะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคและปัญหา ไม่กล้ำกลาย ทับทิม เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าปลูกออกดอกได้มากกว่า 8 ดอก ผู้ปลูกและคนในบ้านจะมีโชคลาภ และยังเชื่อว่าโป๊ยเซียนช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ หากปลูกไว้ประจำบ้าน จะเกิดความสง่าภาคภูมิ จะทำให้คนในบ้านมีคุณค่าแห่งชีวิตที่สูง ราศีกรกฎ (16 ก.ค.-15 ส.ค.) ชาวราศีกรกฎเป็นธาตุน้ำ ไม้มงคล คือ ต้นชมพู่ ต้นวาสนา ให้วาสนาสูงส่ง ต้นพลูด่าง เฟื่องฟ้า และกล้วยไม้ กล้วยไม้ เป็นไม้ดอกที่ให้โชคลาภและเหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เช่นชาวราศีกรกฎ กล้วยไม้จะออกดอกต้องได้รับการดูแลด้วยความหมั่นเพียร ดอกที่สวยงาม จะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และเชื่อว่าจะ ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์ มั่งมีเงินทอง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง พลูด่าง นำพามาซึ่งความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้าจะช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน ราศีสิงห์ (16 ส.ค.-15 ก.ย.) ชาวราศีสิงห์เป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลควรเป็นต้นไม้ที่เกิดความร่มรื่น คือ กล้วยไม้ ต้นกล้วย ต้นปาล์ม ต้นหมากแดง ต้นไทร ต้นโมก และ ขนุน ซึ่งนับได้ว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง มีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ จำปี ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ โป๊ยเซียน เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง เป็นไม้เสี่ยงทาย เชื่อว่าถ้าออกดอก 8 ดอกแล้วจะทำให้มีโชคลาภ กล้วยไม้ ดอกสวยของกล้วยไม้ย่อมเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น จึงถือเคล็ดที่ว่าการปลูกกล้วยไม้จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป ราศีกันย์ (16 ก.ย.–15 ต.ค.) มีพลังแข็งแรงในตนเองแม้จะพบกับอุปสรรคล้มลุกคลุกคลานหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็สามารถยืนหยัดขึ้นได้ด้วยตนเองคือจุดเด่นของชาวราศีกันย์ นอกจากนี้อุปนิสัยของชาวราศีกันย์เป็นคนเจ้าระเบียบ มีความจำดี และช่างสังเกต ต้นไม้ที่เป็นมงคลกับชาวราศีกันย์คือ สนฉัตร ทำให้มีเกียรติและความสง่า ได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไป ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์เพื่อเป็นสิริมงคล ราชพฤกษ์ ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้าทำให้เกิดความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียนจะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย การปลูกต้นขนุนบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือช่วยเหลือ ขนุนจึงเหมาะกับผู้ที่เกิดราศีกันย์ มะยม ปลูกแล้วผู้คนจะได้นิยมชมชอบนับหน้าถือตา ราศีตุลย์ (16 ต.ค.-15 พ.ย.) ชาวราศีตุลย์เป็นธาตุลม ไม้มงคล คือ ต้นโกสน หมากแดง ปาล์ม จำปี จำปา พลูด่างและเฟิร์นข้าหลวง หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ จำปา ดอกไม้ที่ใช้แสดงถึงความรักมาแต่โบราณ การปลูกจำปาก็เพื่อแสดงถึงความรักต่อผู้อื่นและเพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก ราศีพิจิก (16 พ.ย.-15 ธ.ค.) ชาวราศีพิจิกเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลต้องเป็นไม้ประเภทธาตุทอง ได้แก่ พวงแสด เฟื่องฟ้า ว่านสี่ทิศ ปาล์ม เบญจมาศ ขนุน และว่านสี่ทิศ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า แสดงถึงชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง สดใสเบิกบาน เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้เกิดความรุ่งเรืองมั่นคง เป็นไม้มงคลแต่โบราณ เชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะช่วยหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ต่างถิ่น ในทิศใดก็จะแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีแต่ผู้ให้ความช่วยเหลือ ราศีธนู (16 ธ.ค.-15 ม.ค.) ชาวราศีธนูเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคล คือ อ่างบัว บ้านใดปลูกบัว จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เบิกบาน ทำให้คนในครอบครัวมีความห่วงใยผูกพันกัน เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ยังมี พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภแก่ชาวราศีธนูอีกด้วยจะช่วยให้ชีวิตช่วงที่ตกต่ำกลับดีขึ้นมาก พลูด่าง โป๊ยเซียน ต้นลั่นทม ต้นแก้ว และเฟิร์นข้าหลวง
ราศีมังกร (16 ม.ค.-15 ก.พ.) ชาวราศีมังกรเป็นธาตุดิน ไม้มงคลที่ชาวราศีมังกรควรปลูกคือ แก้ว วาสนา โป๊ยเซียน และกุหลาบ เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง ทำให้เกิดโชคลาภ วาสนา ให้กับตนเอง และเพื่อเสริมความมั่นคง แก่ลูกหลาน นอกจากนี้แล้วยังมีไม้มงคลเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับผู้ที่เกิดราศีมังกร คือ ไผ่ ซึ่งแสดงถึงความอดทนความเป็นนักสู้ ราชพฤกษ์ดอกสีเหลืองของราชพฤกษ์ เปรียบได้กับความรุ่งเรือง ดั่งทอง และต้นจำปี
ไม้เหล่านี้จะให้ความร่มเย็น และต้นไม้เหล่านี้ห้ามปลูกตรงทางเข้าประตูรั้วด้านหน้า เพราะถือว่า เป็นการทำให้ปากมังกรอับจน ควรจะปลูกด้านข้าง หรือ ด้านหลัง หรือบริเวณรอบ ๆ
ราศีกุมภ์ (16 ก.พ.-15 มี.ค.) ไม้มงคลของชาวราศีกุมภ์ เป็นอิทธิพลของธาตุไฟผสมกับธาตุทอง ซึ่งบ่งบอกพลังที่ฟุ้งและสร้างสรรค์ มั่นคงประดุจดั่งทองคำ ซึ่งต้นไม้ที่ควรปลูกได้แก่ ต้นเข็ม เฟื้องฟ้า หรือบอนไซ ไว้บริเวณสวนหน้าบ้าน โรงงาน หรือร้านค้าของตน เพื่อเป็นศิริมงคล ให้เกิดความมั่นคั่ง รุ่งเรือง และมีชีวิตที่ยืนยาว เข็ม เพื่อเสริมพลังความฉลาดเฉียบแหลม ของผู้เกิดราศีกุมภ์ เฟื่องฟ้า เป็นพรรณไม้ที่สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น
และเมื่อดอกเฟื้องฟ้าบาน เชื่อว่าจะแสดงถึงชีวิตที่สดใสเบิกบาน สว่าง รุ่งเรือง และความก้าวไกลแห่งชีวิต บอนไซ แสดงถึงความแข็งแกร่ง อดทน สามารถทนอยู่ได้ทุกที่ ทุกสถานการณ์ สมกับเป็นพรรณไม้ของชาวราศีกุมภ์
ราศีมีน (16 มี.ค.-15 เม.ย.) ชาวราศีมีนเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลที่ช่วยเสริมโฉลก เสริมความร่ำรวย คือ ต้นเฟื่องฟ้า ต้นกล้วยไม้ ต้นวาสนา ไม้ที่ช่วยเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง และให้โชคลาภกับผู้เกิดราศีมีน คือ กล้วยไม้ คนโบราณเชื่อว่า กล้วยไม้ จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม เหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เฟื่องฟ้าแสดงถึงชีวิตที่รุ่งเรือง สดใสเบิกบาน ต้นวาสนา
ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าสามารถปลูกได้สวยงามและออกดอก เชื่อว่าจะทำให้มีโชคลาภ ปรารถนาสิ่งใดก็จะได้ดังหวัง ส่วนไม้ที่ให้พลังอำนาจแก่ชาวราศีมีน เช่น โมก กล้วย มะม่วง จะช่วยเสริมบารมีคุ้มครองบริวาร และลูกหลานเช่นกัน
ราศีเมษ (16 เม.ษ.-15 พ.ค.) ชาวราศีเมษเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลของชาวราศีเมษ คือ ต้นมะยม เพื่อให้คนนิยมชมชอบ ต้นมะขาม เพื่อให้ผู้คนเกรงขาม และต้นเฟื่องฟ้า เพื่อความร่ำรวย มะยม และ มะขาม ต้นไม้ทั้งสองนี้ จะเป็นพลังช่วยหนุนให้ชาวราศีเมษประสบความสำเร็จในชีวิต
และในหน้าที่การงาน มะยม ปลูกแล้วจะทำให้มีคนนิยมชมชอบ มีเมตตามหานิยม สำหรับมะขามจะทำให้มีแต่ผู้คนเกรงขาม ให้ความนับถือ นอกจากนี้ยังมีต้นเฟื้องฟ้าที่จะทำให้ ชาวราศีเมษมีชีวิตที่รุ่งเรือง สว่างไสว และสดใสเบิกบาน
ราศีพฤษภ (16 พ.ค.-15 มิ.ย.) ชาวราศีพฤษภเป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลที่ปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ ต้องเป็นไม้จำพวกธาตุทอง คือ ต้นโมก ต้นแก้ว และต้นส้มโอ ดอกสีขาวของโมกจะทำให้เกิดความสุขความบริสุทธิ์สดใส และโบราณยังเชื่อว่าต้นโมกสามารถคุ้มกันรักษาความปลอดภัยทั้งปวงจากภายนอก และควรปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้านและควรปลูกในวันเสาร์ แก้ว จะทำให้มีโชคมีลาภ คนในบ้านจะมีความดี มีคุณค่าสูง ควรปลูกทางทิศ ตะวันออกและควรปลูกในวันพุธ ส้มโอ เป็นต้นไม้ที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์
ราศีเมถุน (16 มิ.ย.-15 ก.ค.) ชาวราศีเมถุน เป็นคนธาตุดิน ไม้มงคลจะต้องเป็นไม้มงคลของธาตุไฟ ซึ่งได้แก่ ต้นกุหลาบ ต้นโป๊ยเซียน ต้นโมก ต้นทับทิม และต้นเข็ม โมกจะทำให้เกิดความสุข ความบริสุทธิ์ และความสดใส เข็ม ควรปลูกเป็นร่องตรงประตูบ้าน หรือสองฝากทางเข้าบ้านจะทำให้ชะตารุ่งเรือง อุปสรรคและปัญหา ไม่กล้ำกลาย ทับทิม
เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นของชีวิต โป๊ยเซียน ถือเป็นไม้เสี่ยงทาย ถ้าปลูกออกดอกได้มากกว่า 8 ดอก ผู้ปลูกและคนในบ้านจะมีโชคลาภ และยังเชื่อว่าโป๊ยเซียนช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข กุหลาบ หากปลูกไว้ประจำบ้าน จะเกิดความสง่าภาคภูมิ จะทำให้คนในบ้านมีคุณค่าแห่งชีวิตที่สูง
ราศีกรกฎ (16 ก.ค.-15 ส.ค.) ชาวราศีกรกฎเป็นธาตุน้ำ ไม้มงคล คือ ต้นชมพู่ ต้นวาสนา ให้วาสนาสูงส่ง ต้นพลูด่าง เฟื่องฟ้า และกล้วยไม้ กล้วยไม้ เป็นไม้ดอกที่ให้โชคลาภและเหมาะกับผู้ปลูกที่มีอุปนิสัยเยือกเย็นอ่อนโยน เช่นชาวราศีกรกฎ กล้วยไม้จะออกดอกต้องได้รับการดูแลด้วยความหมั่นเพียร ดอกที่สวยงาม จะทำให้เกิดความประทับใจแก่ผู้พบเห็น และเชื่อว่าจะ ทำให้คนในบ้านมีจริยธรรม ชมพู่ ช่วยให้อุดมทรัพย์ มั่งมีเงินทอง วาสนา ทำให้ผู้ปลูกมีบุญ มีโชควาสนาที่ประเสริฐ เกิดความสุข สมหวัง พลูด่าง นำพามาซึ่งความร่มเย็น เป็นสุข เฟื่องฟ้าจะช่วยเสริมให้ชีวิตสดใสเบิกบาน
ราศีสิงห์ (16 ส.ค.-15 ก.ย.) ชาวราศีสิงห์เป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคลควรเป็นต้นไม้ที่เกิดความร่มรื่น คือ กล้วยไม้ ต้นกล้วย ต้นปาล์ม ต้นหมากแดง ต้นไทร ต้นโมก และ ขนุน ซึ่งนับได้ว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย ตามโบราณเชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง มีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ จำปี
ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ โป๊ยเซียน เพื่อเสริมความร่ำรวย รุ่งเรือง เป็นไม้เสี่ยงทาย เชื่อว่าถ้าออกดอก 8 ดอกแล้วจะทำให้มีโชคลาภ กล้วยไม้ ดอกสวยของกล้วยไม้ย่อมเป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น จึงถือเคล็ดที่ว่าการปลูกกล้วยไม้จะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไป
ราศีกันย์ (16 ก.ย.–15 ต.ค.) มีพลังแข็งแรงในตนเองแม้จะพบกับอุปสรรคล้มลุกคลุกคลานหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็สามารถยืนหยัดขึ้นได้ด้วยตนเองคือจุดเด่นของชาวราศีกันย์ นอกจากนี้อุปนิสัยของชาวราศีกันย์เป็นคนเจ้าระเบียบ มีความจำดี และช่างสังเกต
ต้นไม้ที่เป็นมงคลกับชาวราศีกันย์คือ สนฉัตร ทำให้มีเกียรติและความสง่า ได้รับความสนใจจากบุคคลทั่วไป ควรปลูกทางทิศเหนือและปลูกในวันเสาร์เพื่อเป็นสิริมงคล ราชพฤกษ์ ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและบารมี เฟื่องฟ้าทำให้เกิดความสดใส เบิกบาน มีชีวิตที่เฟื่องฟู โป๊ยเซียนจะนำมาซึ่งโชคลาภ ขนุน เป็นไม้มงคลชนิดหนึ่งของคนไทย การปลูกต้นขนุนบริเวณบ้านจะหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือช่วยเหลือ ขนุนจึงเหมาะกับผู้ที่เกิดราศีกันย์ มะยม ปลูกแล้วผู้คนจะได้นิยมชมชอบนับหน้าถือตา
ราศีตุลย์ (16 ต.ค.-15 พ.ย.) ชาวราศีตุลย์เป็นธาตุลม ไม้มงคล คือ ต้นโกสน หมากแดง ปาล์ม จำปี จำปา พลูด่างและเฟิร์นข้าหลวง หมากแดง ปาล์ม พลูด่าง โกสน ปลูกไว้จะช่วยเสริมให้มีบุญบารมี ช่วยคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข จำปี ดอกสีขาวบริสุทธิ์มีกลิ่นหอม จะทำให้ชีวิตสดใสการงานก้าวหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร มีแต่ความรุ่งเรือง ปราศจากปัญหาใดๆ จำปา ดอกไม้ที่ใช้แสดงถึงความรักมาแต่โบราณ การปลูกจำปาก็เพื่อแสดงถึงความรักต่อผู้อื่นและเพื่อให้มีแต่คนรัก เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก
ราศีพิจิก (16 พ.ย.-15 ธ.ค.) ชาวราศีพิจิกเป็นคนธาตุน้ำ ไม้มงคลต้องเป็นไม้ประเภทธาตุทอง ได้แก่ พวงแสด เฟื่องฟ้า ว่านสี่ทิศ ปาล์ม เบญจมาศ ขนุน และว่านสี่ทิศ พวงแสด ปาล์ม เฟื่องฟ้า แสดงถึงชีวิตที่สว่างไสวรุ่งเรือง สดใสเบิกบาน เบญจมาศ ช่วยให้รุ่งเรืองมั่นคง ขนุน ช่วยให้เกิดความรุ่งเรืองมั่นคง เป็นไม้มงคลแต่โบราณ เชื่อกันว่า การปลูกต้นขนุนในบริเวณบ้านจะช่วยหนุนเนื่อง บุญบารมี เงินทอง จะมีคนเกื้อหนุน และอุดหนุนจุนเจือ ว่านสี่ทิศ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ต่างถิ่น ในทิศใดก็จะแคล้วคลาด ปลอดภัย และมีแต่ผู้ให้ความช่วยเหลือ
ราศีธนู (16 ธ.ค.-15 ม.ค.) ชาวราศีธนูเป็นคนธาตุไฟ ไม้มงคล คือ อ่างบัว บ้านใดปลูกบัว จะทำให้เกิดความบริสุทธิ์ เบิกบาน ทำให้คนในครอบครัวมีความห่วงใยผูกพันกัน เฟิร์นข้าหลวง จะนำมาซึ่งชื่อเสียงเกียรติยศแก่ผู้ปลูก แก้ว ช่วยกระจายอุปสรรคปัญหาออกไปจากชีวิต นอกจากนี้ยังมี พลูด่าง และ โป๊ยเซียน จะช่วยเสริมโชคลาภแก่ชาวราศีธนูอีกด้วยจะช่วยให้ชีวิตช่วงที่ตกต่ำกลับดีขึ้นมาก พลูด่าง โป๊ยเซียน ต้นลั่นทม ต้นแก้ว และเฟิร์นข้าหลวง
เครื่องปรุงไก่ต้มขมิ้น
วิธีทำไก่ต้มขมิ้น
สรรพคุณทางยา
ประโยชน์ทางอาหาร
ไก่ต้มขมิ้น เป็นอาหารที่มีรสเปรี้ยวนำ เหมาะสำหรับคนธาตุน้ำ เป็นหวัดเรื้อรัง รับประทานเผ็ด ๆ แก้ไอ ขับเสมหะ เพิ่มความสดชื่นให้กับร่างกาย
คุณค่าทางโภชนาการ
ไก่ต้มขมิ้น 1 ชุด ให้พลังงานต่อร่างกาย 1,424.18 กิโลแคลอรี่ ประกอบด้วย - น้ำ 866.08 กรัม - ไขมัน 45.06 กรัม - คาร์โบไฮเดรต 40.03 กรัม - โปรตีน 214.88 กรัม - กาก 4.44 กรัม - แคลเซียม 68.85 มิลลิกรัม - ฟอสฟอรัส 273.95 มิลลิกรัม - เหล็ก 5.87 มิลลิกรัม - เรตินอล 25 ไมโครกรัม
มะขามไม้มงคล มงคล ไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ เช่น มะขามนี้ นอกจากจะให้ฝักเป็นของว่างรับประทาน ได้แสนอร่อยในหลากหลายรสชาติแล้ว มะขาม ยังเป็นไม้มงคล ที่คนไทยเรานิยมปลูกไว้หน้าบ้านมาช้านานแล้ว เชื่อกันว่า ปลูกมะขามไว้หน้าบ้าน แล้วจะเป็นมงคล ใครๆ จะพากันเกรงขาม ครั่นคร้าม ไม่กล้ามาเกะกะระราน หรือคิดร้ายใดๆ ผู้คนจะนิยมยกย่อง และคนในบ้าน ก็จะมีความปลอดภัยตลอดไปอีกด้วย
การถือเคล็ดปฏิบัติ การปลูกมะขามนั้น คนโบราณเชื่อกันว่า ควรปลูกไว้ทางทิศตะวันตกของตัวบ้าน แต่ถ้าหน้าบ้านหันเข้าหาทิศอื่น คุณก็สามารถปลูกมะขามไว้ด้านหน้าบ้านก็ได้ ถือว่าเป็นมงคลเช่นกัน เพียงแต่ตามตำราความเชื่อนั้น นิยมแนะให้ปลูกทางทิศตะวันตก แม้ว่าทิศนั้นจะอยู่ด้านข้าง หรือด้านหลังของบ้านก็ตามที ควรให้ผู้ที่มีอาวุโสที่สุดในบ้าน เป็นผู้ลงมือปลูก และวันอันเป็นมงคล สำหรับการปลูกมะขาม คือ วันเสาร์และวันอาทิตย์
รายการอาหาร
จำนวน
แคลอรี่
ลูกเกด (15 กรัม)
2 ช้อนโต๊ะ
40
มะขามหวาน (15 กรัม)
1 ฝักใหญ่
กล้วยไข่สุก (30 กรัม)
1 ผลกลาง
กล้วยหอมสุก (30 กรัม)(กลาง)
1/2 ผล
กล้วยน้ำว้า (40 กรัม)
1 ผลเล็ก
ทุเรียน (35 กรัม)(เม็ดกลาง)
1/2 เม็ด
พุทราไทย (50 กรัม)(เม็ดกลาง)
3-4 ผล
พุทราแอปเปิ้ล (100 กรัม)
3 ผลใหญ่
น้อยหน่า (50 กรัม)(ผลกลาง)
เงาะ (60-65 กรัม)
3 ผลกลาง
ลิ้นจี่ (60 กรัม)
มะม่วงสุก (60 กรัม)(ผลกลาง)
แตงไทย (350 กรัม)
12-15 ชิ้น
แคนตาลูป (250 กรัม)
1 ชิ้น
ลำไย (40 กรัม)(ผลกลาง)
แอปเปิ้ล (65 กรัม)
มังคุด (65 กรัม)
ลางสาด (75 กรัม)
7-10 ผล
องุ่น (75 กรัม)
12 ผล
ฝรั่งกลมสาลี่ (120 กรัม)
1/2 ผลกลาง
ละมุด (50 กรัม)
เท่าไข่ไก่
สับปะรด (85 กรัม)
มะละกอ (90 กรัมป
ส้มเขียวหวาน (100 กรัม)
1 ผลใหญ่
ส้มโอ (100 กรัม)(ขนาดกลาง)
2 กลีบ
แตงโม (250 กรัม)
สาลี่
1 ผล
ขั้นตอนการทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษ บำรุงผิวพรรณ
ส่วนผสมที่สำคัญในการทำสบู่ถ่านไม้ไผ่
วิธีทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษ
สบู่ถ่านไม้ไผ่เป็นสบู่ที่ปราศจากการเติมแต่งสี มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ (โดยไม่ใช้สารเคมีปรับสภาพค่า pH แต่ใช้สมุนไพรมะขาม และน้ำผึ้งป่าในการปรับค่า pH) มีส่วนผสมของ Virgin coconut oil และน้ำผึง จึงอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว (เป็นถ่านไม้ไผ่ที่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิมากกว่า 1000 องศาเซ็นเซียสเท่านั้นจึงจะสามารถปล่อยประจุลบออกมาได้) ส่งผลให้ผิวพรรณจะสดใสเปล่งปลั่ง ทั้งยังช่วย D-Tox ขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อแบ็คทีเรียใต้ผิวหนังได้ดี ด้วยอนุภาคของสมุนไพรมะขามและน้ำมันเปลือกส้มแบบบีบเย็น จะช่วยผลัดเซลล์ และสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสอ่อนนุ่ม
มะขามเปียก คุณทราบไหมว่ามะขามเปียกเป็นสินค้าส่งออกของบ้านเราไปยังประเทศที่ผลิตน้ำมันเพื่อไปล้างท่อน้ำมัน เป็นข้อยืนยันว่ามะขามเปียกมีสรรพคุณในการทำความสะอาดความมันบนใบหน้าอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง โดยเฉพาะจะเหมาะมากกับผู้ใหญ่ที่เริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือคนที่เป็นฝ้า ในมะขามเปียกจะมีสาร AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และมีสารเคลือบผิวเป็นฟิล์มบางๆ ช่วยเคลือบเซลล์ที่เริ่มแห้งเพราะสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อใช้เป็นประจำจะค่อยๆ ลบเลือนริ้วรอยได้ และช่วยทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น
วิธีใช้
เวลาเราไปซื้อมะขามเปียกจากตลาดจะขายเป็นปั้นๆ ขนาดกำมือ แบ่งมาสักส่วนหนึ่ง ดึงใยและผิวแข็งๆ ออกให้เหลือแต่เนื้อและกากเล็กน้อย ใช้ถูนวดบนผิวหนังเป็น scrub ได้อย่างดี หรือเติมน้ำแล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำมะขามให้ได้น้ำประมาณ 1 ถ้วยเล็กๆ นำมาชโลมผิวตัว ถ้าผิวหน้าก็ใช้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 3-5 นาที ค่อยล้างออก
เริ่มต้นการปลูกมะขามยักษ์
ควรปลูกมะขามช่วงก่อนหน้าฝน หลังสงกรานต์ลงปลูกได้เลย พอปลูกไปไม่ช้าฝนมาก็จะช่วยในเรื่องการรดน้ำต้นไม้ได้เป็นอย่างดี ล่าสุดไม่ควรปลูกมะขามหลังเดือนตุลาคมไปแล้ว เพราะเป็นช่วงที่หมดฝนลมหนาวเริ่มมา พอหมดหนาวก็เข้าหน้าแล้ง หากจะปลูกแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ก็ยังไม่ควรลงปลูก จะไปปลูกก็ตอนต้นฝนนั่นแหละ
ขั้นตอนที่ 1 - เริ่มจากตีหลุมลึก 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวและต่อต้น 8×8 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 25 ต้น ตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขั้นตอนที่ 2 - ตีหลุมปลูกเสร็จจะรองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต ประมาณ 1 กระป๋องนม ยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก รองก็ได้ หรือไม่รองก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตร เพราะราคาแพงมาก ถึงอย่างไรมะขามก็โตอยู่ดี
การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว
ปีที่ 1 ที่เริ่มปลูก - คอยดูแลบ้าง รดน้ำ 2-3 วันครั้ง ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ปีละครั้ง ตามด้วย พด.1 เพื่อช่วยให้ย่อยสลายปุ๋ยได้ดีขึ้น แต่ถ้าเกษตรกรจะทำปุ๋ยหมักชีวภาพใส่ก็ยิ่งดีใหญ่ ช่วงหน้าฝนใส่เดือนละครั้ง จะทำให้มะขามเจริญเติบโตรวดเร็วมาก
ปีที่ 1 กลางปีจนถึงปีที่ 2 - เริ่มให้ผลผลิตออกมาบ้างแล้ว
ปีที่ 3 ถึงปีที่ 4 - จะให้ผลผลิตเต็มที่ แต่ถ้าใช้มะขามที่ผมทาบกิ่งเอาไปปลูก จะติดผลเร็วขึ้นมาอีก ลงปลูกไปปีครึ่งถึง 2 ปี ก็ให้ผลผลิตแล้ว ถ้าถามว่า ทำไมมะขามจึงให้ผลผลิตเร็ว ตรงนี้ถือว่าเป็นเทคนิคพิเศษของครูนิเวช สามารถทำกิ่งทาบให้ติดผลเร็วขึ้นได้ เรียกว่าปลูกไปเกือบ 2 ปี จะได้ผลผลิตมะขามติดฝักแล้วประมาณ 30% แต่จุดคุ้มทุนจะไปอยู่ที่ปีที่ 3-4
ข้อสังเกตุ - ตามธรรมชาติมะขามจะติดดอกต้นฝน เลี้ยงฝักหน้าฝนและฝักจะแก่เมื่อหมดฝน ฉะนั้น ให้สังเกตช่วงหน้าแล้งราวเดือนมีนาคม หากมะขามยังมีใบดกงามทั้งต้นมะขามไม่ยอมทิ้งใบ ในปีนั้นมะขามจะไม่ติดดอกและก็ไม่มีฝักให้เก็บเกี่ยวในปีต่อไป แต่ถ้าปีไหนช่วงเดือนมีนาคมมะขามทิ้งใบแทบหมดต้น ปีนั้นจะได้ผลผลิตมะขามดกมากๆ
เพราะฉะนั้นช่วงเดือนมีนาคมถ้ามะขามยังเฝือใบอยู่ ต้องงดการให้น้ำเด็ดขาดเพื่อให้ต้นทิ้งใบ หากต้นไม่ทิ้งใบปีนั้นก็จะไม่ติดฝัก ถ้างดให้น้ำแล้วต้นยังไม่ทิ้งใบอีกให้ฉีดยาให้ใบร่วง จะใช้เอฟทีฟ่อน หรือ ปุ๋ยตัวกลางสูตรเข้มข้นใส่ก็ได้เพื่อให้ใบร่วง หรือใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ก็ได้ จะทำให้ใบร่วง พอใบร่วงให้รดน้ำ มะขามจะแทงยอดใหม่ออกมาประมาณ 45-50 วัน ต้นมะขามก็จะติดดอกให้เห็น
เพื่อนๆ เคยพบปัญหานี้หรือไม่ เวลาจะนำมะขามสดมาแช่อิ่มหรือดอง กว่าจะแกะเปลือกของมันออกมาได้ ก็ยุ่งยากและใช้เวลานาน บางครั้งก็มีเนื้อมะขามติดออกมาด้วย ทำให้ฝักมะขามดูไม่สวยงาม วันนี้ผมก็มีเคล็ดลับในการปลอกเปลือกมะขามสดให้ง่ายขึ้นมาฝาก ก่อนอื่นให้เพื่อนๆ ลวกด้วยน้ำร้อนให้ทั่วทั้งฝักประมาณ 2 นาที จากนั้นให้นำมาแช่น้ำเย็นอีก 1 นาทีแล้วจึงเอาขึ้น ค่อยๆ ใช้ปลายมีดลอกเปลือกมะขามออก เปลือกจะออกอย่างง่ายดาย เนื้อไม่หลุดติดออกมาอย่างแน่นอน
ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน
อาหารพื้นบ้านของทางภาคอีสานมาให้ลองทำลองชิมกัน คือเมนู “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” เมนูจานเด็ดที่เต็มไปด้วยคุณค่าจากพืชสมุนไพรพื้นบ้านของไทยเรานี่เองไม่ว่าจะเป็นข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ที่สำคัญยังใช้ใบมะขามอ่อนให้รสเปรี้ยวนิดๆ แทนมะนาวที่กำลังแพงเอาๆ ในตอนนี้ได้อีกด้วย
เครื่องปรุงต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน
วิธีทำต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน
ก็เป็นอันได้เมนูอร่อย “ต้มปลาช่อนใบมะขามอ่อน” ซดน้ำคล่องคอ จะกินกับข้าวเหนียวนุ่มๆ หรือข้าวสวยร้อนๆ ก็อร่อยได้เหมือนกัน
กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธาณสุข, ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย, 2535 * = วิเคราะห์โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล RE = ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินัล - = ไม่มีการวิเคราะห์ tr = มีปริมาณเล็กน้อย