เป็นพืชเศรษฐกิจที่จะสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกร มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผล ยืนต้นที่สามารถเก็บกินเป็นร้อยๆ ปี มะขามอยู่คู่ครัวคนไทยมานาน มะขามเป็นไม้ผลพื้นบ้านที่ขึ้นอยู่ตามสถานที่ทั่วๆ ไป เป็นไม้ผลที่ขึ้นง่ายไม่ต้องดูแลมากและมีคุณประโยชน์มาก มีสรรพคุณทางสมุนไพรเป็นยาระบายที่ดีเยี่ยม นำมาประกอบอาหารได้มากมายสามารถแปรรูปได้หลายอย่าง มะขามเปรี้ยวยักษ์พันธุ์นี้เกิดจากการกลายพันธ์มาจากมะขามกระดานจากอำเภอโพธารามจังหวัดราชบุรี นำมาปลูกโดย พลโท รวมศักดิ์ ชัยโกมินทร์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 3 จังหวัดพิษณุโลก ได้มะขามเปรี้ยวฝักขนาดใหญ่ 4-5 ฝัก/กก. สมัยก่อนมะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลที่ถูกคนมองข้ามเพราะเปรียบเสมือนไม้ข้างถนนที่คนไม่ค่อยให้ความสำคัญ แต่ในปัจจุบันมะขามเปรี้ยวยักษ์กลับมีคนกล่าวขานกันมากขึ้นในเรื่องของความดกและความใหญ่ของฝัก และที่สำคัญในตอนนี้มะขามเปรี้ยวเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศทางตะวันออกกลางซึ่งสั่งซื้อมะขามเปรี้ยวจากเมืองไทยเป็นจำนวนมาก และในแต่ละปีความต้องการใช้มะขามเปียกมีจำนวนมากขึ้น มีความต้องการเป็น 100 เป็น 1000 ต้นเลยทีเดียว ซึ่งบางปีที่มะขามเปรี้ยวในบ้านเราเราขาดแคลน
โรงงานประเภทน้ำพริกก็จะซื้อมะขามเข้ามาจากพม่า จากลาว หรือจากเขมร โดยมะขามเปรี้ยวจากพม่า จะนำเข้ามาทางแม่สอดในช่วงระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม ประเทศที่มีความต้องการมะขามเปรี้ยวมากที่สุดในขณะนี้คือประเทศอาหรับ จากข้อมูลที่ทางไร่วิวัชจรัลวงศ์ได้จากลูกค้าที่มาซื้อกิ่งพันธุ์ไร่ของเรา เขาส่งมะขามเปรี้ยวให้ประเทศอาหรับอยู่ เนื่องจากประเทศอาหรับมีสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง ในฤดูร้อนจะประสบปัญหาในเรื่องการขาดแคลนน้ำ คนอาหรับจะนำมาขามเปรี้ยวไปอมไว้เพื่อเรียกน้ำลายแล้วกลืนเพื่อคลายความอยากน้ำ นี่เป็นข้อมูลหนึ่งที่เราได้รับแลกเปลี่ยนจากลูกค้าของเรา ส่วนตลาดส่งออกทีสำคัญอื่นๆ คือ ปากีสถาน มาเลเซีย สหรัฐอเมริกา อินโดนีเซีย ซาอุดิอาระเบีย คูเวต แอฟริกาใต้ บรูไน สิงค์โป แคนนาดา เป็นต้น
มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลที่ปลูกง่าย การดูแลไม่ยุ่งยาก สามารถขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด เช่นดินลูกรังดินดาน ดินเหนียว ดินทราย แต่ดินทีเหมาะสมที่สุดจะเป็นดินร่วนปนทราย ซึ่งมีการระบายน้ำที่เพราะมะขามเป็นพืชทนแล้ง มะขามเปรี้ยวให้ผลดก ติดฝักง่าย ต้นไม่สูงมาก เป็นทรงพุ่มกิ่งจะขยายออกด้านข้างมีฝักขนาดใหญ่ ให้เนื้อในปริมาณที่มากกว่ามะขามเปรี้ยวทั่วๆ ไป ผลผลิตประมาณ 1 ต้น/ตัน หลังจากที่ต้นมีอายุประมาณ 10 ปีไปแล้ว สามารถเก็บฝักกินได้เป็นร้อยๆ ปี ใช้ประโยชน์ได้ตั้งแต่ยอดอ่อน ฝักอ่อนส่งโรงงานน้ำพริก ฝักดิบนำไปแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มที่ไร่เราขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 100-120 บาท ฝักแก่ที่นำมาทำเป็นมะขามเปียกแกะเมล็ดขายได้ประมาณกิโลกรัมละ 18-40 บาท และมะขามยังสามารถนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีกหลายอย่างน้ำหนักของฝักก็มาก ประมาณ 5-10 ฝัก/กิโลกรัม แต่ในขณะนี้ทีไร่เราทำได้ประมาณ 3 ฝัก/กิโลกรัม ในต้นอายุประมาณ 11 ปี ส่วนเนื้อของมะขามเปรี้ยวมีกรดทาริทาริคสูงประมาณ 12-14% มะขามเปียกยังประกอบด้วยกรดอินทรีย์หลายชนิดจึงมีรดเปรี้ยว ทั้งยังมีสาร “แพคติน” และ“กัม” อยู่ด้วยทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบายช่วยลดอุณหภูมิในร่างกาย นอกจากเนื้อมะขามเปรี้ยวจะมีวิตามินสูงแล้ว ใบมะขามอ่อน ดอกมะขามและฝักอ่อนมะขามก็ยังมีวิตามินซีสูงด้วยเช่นกัน จึงมีผู้นำมาประกอบอาหารต่างๆ ได้มากหลายอย่าง เนื้อมะขามเปรี้ยวยักษ์เวลาสุกจะเป็นแดงน้ำตาลมีรสเปรี้ยวกว่ามะขามธรรมดาประมาณ 2 เท่า
การปฏิบัติดูแลรักษามะขามเปรี้ยว พันธุ์ศรีสะเกษ 019
1. การให้น้ำ ในระยะปลูกใหม่ หากฝนไม่ตก จำเป็นต้องรดน้ำทุก 1-2 วัน ประมาณ 1 สัปดาห์ จนกว่าจะตั้งตัวได้ จากนั้น จึงเว้นช่วงเวลาการรดน้ำ ให้ห่างกว่าเดิมอาจจะเป็น 3 หรือ 7 วันต่อครั้งเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง ของปีแรก 2. การกำจัดวัชพืช ในระยะที่ต้นยังเล็กอยู ่จำเป็นต้องกำจัดวัชพืชเป็นระยะไป อย่าให้วัชพืชแย่งน้ำ และอาหารได้ การทำความสะอาดรอบโคนต้น นอกจะเป็นการกำจัดวัชพืชแล้วยังสามารถทำลายแหล่งอาศัยของ โรคแมลงได้ด้วย 3. การใส่ปุ๋ย สำหรับมะขามต้นเล็ก ยังไม่ออกผล อายุ 1-3 ปี ควรให้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 อัตรา 450 กรัมต่อต้น (ประมาณ 1 กระป๋องนม) ในปีแรกแบ่งใส่ 3 ครั้ง (4 เดือนต่อครั้ง) จำนวน 100,150,200 กรัม ตามละดับ สำหรับปีต่อๆไป ให้เพิ่มปุ๋ยมากขึ้นตามจำนวนอายุที่มากขึ้น เมื่อมะขามตกผลแล้ว ควรใส่ปุ๋ย สูตร 13-13-21 โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือช่วงต้นฝนและปลายฝน ซึ่งจะช่วยให้มีการติดผลมากขึ้นอัตราที่ใส่คำนวณจากสูตรดังนี้
เช่นต้นมะขามอายุ 2 ปี ต้องใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 จำนวน 2/2 = 1 กก. โดยแบ่งใส่ต้นฝน 1/2 กก. และปลายฝนอีก 1/2 กก. รวมเป็น 1 กก.
4. การเก็บเกี่ยว
มะขามเปรี้ยวจะแก่่และสามารถเก็บเกี่ยวได้ใช้ช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูกและสภาพดินฟ้าอากาศด้วย การเก็บเกี่ยวควรใช้กรรไกรตัดแต่งกิ่ง ตัดที่ขั้วให้ หลุดออกจากกิ่ง ถ้ามะขามต้นโตให้ใช้บันไดขึ้นเก็บเกี่ยวฝักที่อยู่สูง หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วนำฝักมะขามเปรี้ยวมาแกะเอาเปลือกและเมล็ดออกจากนั้นนำเนื้อมะขาม ที่แกะได้เรียกว่า มะขามเปียก บรรจุลงในภาชนะต่างๆ เช่น ถุงพลาสติก หรือ เข่ง เพื่อจำหน่ายต่อไป สำหรับวิธีการเก็บรักษามะขามเปียกไว้นานๆ เพื่อจะนำมาจำหน่ายในช่วงที่มีราคาสูง โดยที่เนื้อมะขาม ไม่เปลี่ยนเป็นสีคล้ำทำได้โดย การนำมะขามเปียกที่บรรจุในภาชนะ ไปเก็บไว้ในห้องเย็นที่อุณหภูมิต่ำ คือ 5 อาศาเซลเซียส ซึ่งสามารถชะลอการเกิดสีดำของเนื้อมะขามได้ประมาณ 10 เดือน
5. การดูแลรักษาต้นมะขามหลังการเก็บเกี่ยว
หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวแล้ว ให้ทำการตัดแต่งกิ่งมะขามเปรี้ยว โดยตัดแต่งกิ่งที่ไม่สมบูรณ์ กิ่งที่เป็นโรคหรือมีแมลงทำลาย หรือกิ่งที่ถูกตัดออก และให้ใช้สีน้ำพลาสติกหรือยาป้ายกันราทาที่รอยแผล เพื่อป้องกันราที่จะเกิดขึ้นภายหลัง สำหรับกิ่งที่ถูกตัดออก ควรรีบนำออกจากแปลงมะขามเปรี้ยวไปทิ้ง หรือทำลายที่อื่น โดยเฉพาะกิ่งที่เป็นโรค หรือแมลง ควรรีบทำลายโดยการนำไปเผาทิ้ง เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคหรือแมลง
ความอร่อยของอาหารไทยประการหนึ่งคือ รสชาติที่จัดจ้าน กระตุ้นการรับรู้ประสาทสัมผัส ทำให้เกิดความตื่นตัว และ ความหลงใหลไปพร้อมกัน รสเปรี้ยวเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย ความจัดจ้าน จี๊ดจ๊าด ชวนให้น้ำลายสอของรสเปรี้ยวคือเสน่ห์ที่สร้างชื่อให้อาหารไทย อาหารไทยประเภท ยำ,ตำ, ต้ม, น้ำพริก,น้ำจิ้ม และ เครื่องดื่มบางประเภท มักจะมีรสเปี้ยวนำรสและอย่างสอดคล้องกับรสอื่นจนเกิดความกลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์ที่ชาติไหนยากจะเลียนแบบ
หากคิดถึงรสเปรี้ยว จัดจ้าน ในอาหารไทย หลายคนจะนึกถึงมะนาวเป็นอย่างแรก เนื่องด้วยมะนาวเป็นแหล่งสมุนไพรสำคัญที่ให้รสเปรี้ยวในครัวไทยมาช้านาน แต่โดยแท้จริงแล้วครัวไทยแท้ ๆใช้รสเปรี้ยวจากมะนาวและ มะขาม เป็นหลัก ส่วนเครื่องปรุงรสเปรี้ยวอื่น เช่น น้ำส้มสายชู นิยมใช้ในการจีน และ อาหารชาติอื่น
อย่างไรก็ตามมิใช่ว่ารสเปรี้ยวในอาหารไทยจะได้จากมะนาว หรือ มะขาม เท่านั้น แต่ไม้ผล หรือ พืชผักบางประเภท สามารถนำมาใช้ปรุงรสเปรี้ยวได้ โดยจะมีความแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นเท่าที่จะหาได้
รสเปรี้ยวจากผลไม้ และ พืชผักแต่ละชนิดมีรสชาติแตกต่างกัน ทำให้มีความเหมาะสมกับอาหารเฉพาะอย่าง ทั้งในการนำมาปรุงนั้น บางชนิดใช้เพียงแค่น้ำ บางชนิดใส่ไปทั้งลูก บางชนิดบุให้แตกเล็กน้อยก่อนใส่ในอาหาร บางชนิดใช้น้ำเจือ บางชนิดต้องใช้ทั้งเปลือก หรือ บางชนิดใส่เป็นเครื่องปรุงหลักพร้อมกับรสเปรี้ยวในตัว ความแตกต่างในความเปรี้ยวจึงเป็นเสน่ห์อีกประการที่ทำให้อาหารไทยมีความโดดเด่น ซึ่งรสเปรี้ยวจากเครื่องปรุงแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้
มะนาว ให้รสเปรี้ยวแหลม ไม่มีรสหวาน มีกลิ่นหอมของผิวมะนาวเนื่องจากที่ผิวมีส่วนผสมของสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหย หากใช้ไม่ดี อาจให้รสขมได้ โดยเฉพาะเมื่อปรุงมะนาวขณะอาหารมีความร้อนสูงๆ หรือ ตำเปลือกมะนาว เมล็ดมะนาวลงไป การใช้มะนาวโดยส่วนมากจะบีบน้ำจากผลโดยตรง แต่อาหารบางประเภทใส่มะนาวทั้งลูก เช่น ส้มตำ หรือต้มมะนาวดอง
มะขามสด รสเปรี้ยวไม่แหลม มีรสหวานแทรกเล็กน้อยตามชนิดของมะขาม มีความฝาดตรงส่วนผิว มะขามสดมักใช้เป็นส่วนผสมของน้ำพริก เช่น น้ำพริกมะขามสด ซึ่งให้ทั้งรสเปรี้ยว ฝาด และ หวานอย่างกลมกล่อม มะขามถือได้ว่าเป็นพืชขึ้นง่าย พบได้ทั่วไป ทั้งในที่แล้ง ดินเค็ม หรือ ในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะภาคอีสานชาวบ้านมักจะปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนา เพื่อเป็นร่มเงา และ เก็บลูกกิน
มะขามเปียก ให้รสเปรี้ยวนุ่มนวล มีรสหวานแทรกกว่ามะขามสด และมีลักษณะเฉพาะ มะขามเปียกทำให้อาหารข้นขึ้น มะขามเปียกทำจากมะขามเปรี้ยวที่เริ่มสุกแล้ว แกะเอาเมล็ดออก นำไปตากแดดให้หมาด และ เก็บไว้กินนานๆ เมื่อต้องการใช้ นำมะขามเปียกผสมน้ำต้มสุก คั้นน้ำออกมา กรองด้วยกระชอน น้ำที่ได้นำไปใช้ปรุงอาหารสารพัด
ยอดมะขามอ่อน เปรี้ยวไม่แหลม มีรสหวานนิด ๆ โดยส่วนใหญ่มักจะเติมในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มโคล้ง
มะดัน เปรี้ยวแหลมจัดกว่ามะนาว มีกลิ่นเฉพาะ ถ้าใส่ในอาหารที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสียรสได้ มะดันมักใช้ทำน้ำพริก หรือ อาหารประเภทต้ม โดยอาจใส่ทั้งลูก หรือฝานเอาเนื้อใส่บางส่วน
มะม่วง เปรี้ยวมากน้อยตามชนิดพันธุ์ และ ความแก่อ่อนของมะม่วง มะม่วงจะใช้แต่งรสอาหารเมื่อต้องกินเนื้อมะม่วงร่วมด้วย ความเปรี้ยวจากมะม่วงมักไม่แทรกซึมผสมในอาหารชัดเจน เมื่อนำมาทำอาหาร จะสับ หรือฝานบาง ๆ เพื่อให้น้ำรสเปรี้ยวซึมออกมา เนื้อมะม่วงจะให้รสเปรี้ยวในตัวเช่น ยำมะม่วง น้ำพริกมะม่วง หรือ เป็นน้ำปรุงรสยำ เช่น ยำปลาดุกฟู
ระกำ เปรี้ยวมากน้อยตามชนิดของระกำ แต่ระกำมีกลิ่นเฉพาะ จึงใช้ได้กับอาหารบางชนิดเท่านั้น ระกำเป็นพืชที่พบได้ในป่าดิบเขา ที่มีฝนชุก พบมากในแถบภาคตะวันออก และ ภาคใต้ของไทย การปรุงมักใช้ลูกระกำใส่ไปในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มยำใส่ระกำ
มะกอก เปรี้ยวไม่จัด เมื่อกินแล้วจะมีรสหวานน้อยๆ ติดลิ้น มีความฝาดจากเปลือกผสมด้วย
ส้มจี๊ด เปรี้ยวไม่โดดเด่นเท่ามะนาว เพราะมีน้ำมากรสเปรี้ยวจึงเจือจาง มีกลิ่นเฉพาะตัว
ตะลิงปลิง ให้รสเปรี้ยวอ่อนกว่ารสมะนาว ใช้ใส่อาหารทั้งเนื้อ
ส้มแขก เปรี้ยวจัดแต่น้อยกว่ามะนาว ไม่มีกลิ่น
ใบชะมวง เปรี้ยวจัด กลิ่นฉุน ราคาถูก ใบชะมวงได้จากต้นชะมวง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นไม่ใหญ่มากนัก ขึ้นมากตามภาคตะวันออกของไทย ตั้งแต่ระยอง จันทบุรี และ ตราด ส่วนที่นำมาทำอาหารคือ ยอดอ่อน ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอร่อย เมนูที่นิยมคือ แกงส้มใบชะมวง และ หมูชะมวง อาหารขึ้นชื่อของชาวเมืองจันทบุรี
ความแตกต่างของความเปรี้ยว ทำให้อาหารไทยมีสีสัน มีสำรับหลากหลาย แต่ปัญหาของการปรุงรสเปรี้ยวเกิดขึ้นได้บ้างเนื่องจาก รสเปรี้ยวของอาหารไทยใช้จากผลไม้ และ พืชผักซึ่งบางชนิดมีเฉพาะฤดูกาล บางชนิดมีเฉพาะถิ่น ทำให้ยากลำบากในการสรรหามาปรุงตามตำรับดั้งเดิม แต่ก็เป็นเรื่องน่าสนุกไปอีกประการหนึ่งเมื่อ ความเปรี้ยวทดแทนกันได้อย่างลงตัว ถึงแม้จะได้รสชาติด้อยไปบ้างแต่ก็กลายเป็น รสใหม่ที่เก๋ไก๋ไปอีกแบบ ความเปรี้ยวที่แทนกันได้อาจทำได้ตามสำรับต่างๆ ดังนี้
รสเปรี้ยวที่ลงตัวกับตำรับอาหาร หมายถึงความอร่อย ช่วยสร้างความอยากอาหารเพิ่มขึ้น รสเปรี้ยวเป็นหนึ่งในเบญจรส ช่วยสร้างความโอชะให้อาหารไทย
วิธีทำหมูคั่วมะขาม
ส่วนผสม
วิธีทำ
น.ส.สุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยผลการเจรจาธุรกิจระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้ากับบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจในด้านการส่งออกว่า บริษัท Vanguard Inc ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการนำเข้าสินค้าที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ ตัดสินใจสั่งซื้อมะขามหวานกับสหกรณ์การเกษตรภูมิไทยหล่มเก่า จำกัด จ.เพชรบูรณ์ ปริมาณ 300 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 16.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการส่งออกไปตลาดในประเทศอินโดนีเซียและฮ่องกง
นอกจากนี้ ทางบริษัท Vanguard Inc ได้เชิญสถาบันเกษตรกรไปเจรจากับทางบริษัทอีกครั้งเพื่อหาข้อตกลงการทำธุรกิจร่วมกันที่ชัดเจน อีกทั้งยังได้สั่งจองผลไม้จากสหกรณ์การเกษตร ขลุง จำกัด จ.จันทบุรี ทั้งหมด 500 ตัน แบ่งเป็น มังคุด จำนวน 10 ตู้คอนเทรนเนอร์ เงาะ จำนวน 5 ตู้คอนเทรนเนอร์ และทุเรียน จำนวน 5 ตู้คอนเทรนเนอร์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัท Vanguard Inc ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลไม้ในกลุ่มตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายอาหารสดและอาหารแปรรูป ภายในประเทศ และบริษัท นารายณ์ภัณฑ์ จำกัด ผู้จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและอาหารแปรรูป ในกลุ่มตลาดต่างประเทศแถบเอเชียและยุโรป ได้ให้คำแนะนำแก่สหกรณ์ได้เร่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และให้นำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาแล้วมาเสนอขายให้กับทางบริษัทใหม่อีกครั้ง
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมการเจรจาธุรกิจและการจัดให้มีเวทีวิจารณ์สินค้าของสหกรณ์ในครั้งนี้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สหกรณ์อย่างมาก ซึ่งสามารถนำกลับไปพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานและตรงกับรสนิยมของผู้บริโภคต่อไป ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 23 มีนาคม 2550
· เครื่องอบแห้งแบบอุโมงค์ลมร้อน (tunnel dryer) มีความกว้าง 1 เมตร สูง 1.8 เมตร และยาว 4.8 เมตร บรรจุรถเข็นสำหรับวางถาดใส่วัสดุอบ 5 คัน คันละ 10 ถาด คิดเป็นพื้นที่การอบแห้งทั้งหมด 28 ตารางเมตร ใช้แก๊ส LPG เป็น เชื้อเพลิง โดยมีพัดลมแบบไหลตามแกนขนาด 1 แรงม้า จำนวน 2 ตัว เป็นตัวทำให้ ลมร้อนไหลวนมีระบบควบคุมอุณหภูมิแบบอัตโนมัติ ที่สามารถปรับได้ 100 องศา เซลเซียส โดยมีความละเอียดถึง 1 องศาเซลเซียส
· จากการทดสอบพบว่า สามารถอบแห้งมะขามหวานได้ครั้งละ 300 กิโลกรัม โดย อบมะขามที่แห้งแล้ว ด้วยลมร้อนอุณหภูมิ 70-80 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1 ชั่วโมง สามารถฆ่าแมลงและลดการเกิดเชื้อราได้ โดยใช้พลังงานไฟฟ้า 1.5 หน่วย และแรงงาน 4 คน
· ในการอบแห้งมะขามที่มีความชื้นสูง ได้ทดสอบอบแห้งมะขามหวานที่มีความสุกแก่ ในระยะคาบหมู ที่มีความชื้น 20-28% สามารถลดความชื้นลง 11% wb โดยใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงแก๊สประมาณ 1.5 กิโลกรัม/ชม. ซึ่งสามารถเก็บรักษาให้ปลอดภัยจากแมลงและเชื้อราได้ และยังช่วยให้เก็บเกี่ยว มะขามได้เร็วกว่ากำหนด และลดจำนวนครั้งในการเก็บเกี่ยวลงได้
· ในกรณีที่เกิดฝนตกหลายวัน ในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวมะขามหวาน การอบแห้งจะ ช่วยลดความเสียหายจากเชื้อราได้มาก
ข้อมูลโดย :
ศิวลักษณ์ ปฐวีรัตน์ ชูศักดิ์ ชวประดิษฐ์ นิทัศน์ ตั้งพินิจกุล ยงยุทธ คงซ่าน สุภัทร หนูสวัสดิ์ และอนุสรณ์ พิณศิริกุล การประชุมวิชาการทางวิศวกรรมเกษตร วันที่ 18-20 พฤษภาคม 2537. จัดโดย ศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ ณ อาคารศูนย์เครื่องจักรกลการเกษตรแห่งชาติ สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วิทยาเขตกำแพงแสน, นครปฐม. 2537. หน้า 208 2537
ทางหลวงหมายเลข 21 จากพุแค จังหวัดสระบุรี ถึงหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ตามสองฝั่งถนนจะมีสินค้าผลิตผลการเกษตรออกมาขาย เป็นจุดๆ เป็นระยะๆ ส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าที่มีชื่อประจำท้องถิ่น มะขามหวานสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาถือว่ามีชื่อเสียงและได้รับความนิยมสูงสุดคือ “พันธุ์ประกายทอง” เนื่องจากขนาดฝักพอดีไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป รสหวานหอมอร่อย แกะออกจากฝักง่าย เนื้อสีสวยและร่อนเหนียว…แต่ไม่ติดฟันเวลารับประทาน
มะขามหวานพันธุ์นี้ ก่อนปลูกควรต้องเตรียมดินโดยการไถดะแล้วตากดินไว้ 7 วัน ก่อนจะปรับหน้าดินให้เรียบจากนั้นก็ขุดหลุมกว้าง, ยาวและสูง 0.6 เมตร ในระยะระหว่างต้นและระหว่างแถวไม่น้อยกว่า 10 เมตร ก่อนใส่ปุ๋ยจำพวกมูลวัวลงในหลุมปลูก
…เมื่อนำต้นพันธุ์ประกายทองลงไปปลูก หากเป็นช่วงหน้าฝนควรจะต้องก่อดินที่โคนต้นให้พูนสูงขึ้น เพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง…หากปลูกช่วงฤดูแล้ง ควรทำคันบริเวณรอบทรงพุ่มเมื่อเวลารดน้ำจะได้มีน้ำกักเก็บไว้ อีกทั้งให้โรยเปลือกถั่วหรือซังถั่ว หากใช้ระบบน้ำหยดให้ใช้แกลลอนขนาด 5 ลิตร เจาะรูแล้วคอยเติมน้ำทุก 1 สัปดาห์…
ในช่วงเดือนมีนาคมของทุกปีให้ตัดแต่งกิ่งฝอย, กิ่งแขนง, กิ่งกระโดงและกิ่งที่ซ้อนกันออกเพื่อให้เกิดทรงพุ่มของลำต้นโปร่ง ป้องกันเชื้อราระบาด ถ้าลำต้นไม่สมบูรณ์ให้ใช้ปุ๋ยเคมีสูตร 20-20-0 หากต้องการเร่งดอกให้ใช้ปุ๋ยสูตร 12-24-12 เมื่อติดดอกแล้วจึงให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น 15-15-15 หรือ 16-16-16 เพิ่มความหวานเมื่อฝักเริ่มจะแก่ด้วยสูตร 0-10-30
มะขามหวาน จะออกชุกที่สุด ในช่วง ปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. ของทุกปี แต่หลังจากนี้ ก็สามารถหาซื้อ มะขามได้ ตามร้านขายของฝาก ทั้งในตัวเมือง และตามริมทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) จะเห็นร้านขายมะขาม อยู่ตลอดสองข้างทาง สามารถชิม และเลือกซื้อได้
แต่ถ้าอยากได้มะขามรสดี ขอแนะนำให้ไปเลือกซื้อจากร้านเด่นชัย กระต่ายเผือก ซึ่งเป็นเจ้าของไร่มะขามหวานที่ขึ้นชื่อในตัวเมืองเพชรบูรณ์ หรือร้านขายของฝากจากไร่มะขามสารัช อ. หล่มเก่า ซึ่งนอกจากมะขามหวานแล้ว ยังนำมะขามมาแปรรูปเป็นมะขามดอง มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุกน้ำตาล มะขามกวน มะขามเปียก ฯลฯ อีกด้วย
สำหรับราคามะขามแต่ละพันธุ์ขึ้นอยู่กับขนาด รสชาติ และผลิตผล ว่ามีจำนวนมากหรือน้อยในแต่ละฤดูกาล ตัวอย่างราคา - พันธุ์สีทอง 60-120 บาท/กก. - พันธุ์ประกายทอง 50-100 บาท/กก. - พันธุ์หมื่นจง 50-80 บาท/กก. - พันธุ์ศรีชมภู 40-60 บาท/กก. - พันธุ์อินทผาลัม 35-55 บาท/กก. - พันธุ์ปลาดุก 30-50 บาท/กก.
วิธีเลือกซื้อ ให้เลือกซื้อฝักมะขามที่แห้ง น้ำหนักเบา เมื่อลองดีดดูที่ฝัก จะมีลักษณะกลวง เลือกฝักที่สมบูรณ์ เปลือกไม่แตก ไม่มีแมลงเจาะเปลือกเป็นรู หรือมีเชื้อรา สำหรับมะขามหวานพันธุ์ที่นิยมกันและวิธีเลือกซื้อ มีดังนี้ 1. พันธุ์สีทอง เป็นมะขามที่กลายพันธุ์มาจากพันธุ์หมื่นจง และเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นสายพันธุ์มะขามหวานที่ดีเยี่ยม โดยนายประหยัด กองมูล เกษตรชาว อ. หล่มเก่า เป็นผู้ค้นพบ มะขามพันธุ์นี้จะสุกในราวเดือน ก.พ. ถึงต้นเดือน มี.ค. ให้เลือกมะขามที่ฝักขนาดค่อนข้างใหญ่ กลม โค้งเล็กน้อย เพราะถ้าโค้งมากเปลือกนอกจะหนา ฝักที่สุกจะเป็นสีนำตาล เนื้อข้างในหนามีสีเหลืองทอง ลองชิมดูจะมีรสหวานจัด 2. พันธุ์หมื่นจง เป็นต้นตระกูลของพันธุ์มะขามหวาน มีอายุมากกว่า 200 ปี มีถิ่นกำเนิดที่ อ. หล่มเก่า โดยขุนหมื่นจงเป็นผู้ค้นพบ ควรเลือกฝักค่อนข้างกลม มีลักษณะโค้งปานกลางถึงเป็นรูปวงกลม ฝักที่สุกจะมีเปลือกสีน้ำตาลแดง เนื้อเหนียวเหมือนกล้วยตาก ลองชิมดูจะมีรสชาติหอมหวาน เมล็ดเล็ก ล่อนง่าย 3. พันธุ์ประกายทอง (พันธุ์ตาแป๊ะ) มีต้นกำเนิดอยู่ที่บ้านโป่งตาเป้า อ. ชนแดน โดยนายเจียง แซ่เฮง ได้นำเมล็ดมาเพาะพันธุ์ ฝักจะแก่เก็บได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ลักษณะฝักมีขนาดยาว ใหญ่ โค้งงอ ไม่มีเหลี่ยม ฝักสุก เปลือกจะบางผิวเรียบเป็นสีน้ำตาล สีเนื้อเป็นสีน้ำผึ้ง เนื้อหนาตกทราย รสหอมหวาน รกหุ้มเนื้อน้อย เมล็ดเล็ก
เครื่องปรุง
เครื่องปรุงทำน้ำจิ้ม
วิธีทำน้ำจิ้ม