การทำลูกประคบ อุปกรณ์การทำลูกประคบ
ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ
วิธีการทำลูกประคบ
การเก็บรักษาลูกประคบ
ขั้นตอนการประคบ
โรคหรืออาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพร โรค / อาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการ แพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น ตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คนส่วนใหญ่เมื่อรับประทานเนื้อมะขามหมดแล้ว เม็ดมะขามก็จะโยนทิ้ง แต่ต่อไปนี้ให้เก็บเม็ดมะขามไว้นะคะ เพราะสามารถนำมาเก็บไว้รับประทาน รสชาติ อร่อยเชียวค่ะ วิธีการก็แค่เอาเม็ดมะขามมาล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปคั่วให้หอม จากนั้นนำเม็ดมะขามที่คั่วแล้วมากระเทาะเปลือก โดยใช้มือถูไปมาบนเม็ดมะขามนั่นแหละเปลือกก็จะหลุดออกได้ง่ายๆ จากนั้นก็นำเม็ดมะขามคั่วที่แกะเปลือกเสร็จแล้วลงแช่ในน้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ 1-2 คืน เพื่อให้เม็ดมะขามคั่วนิ่ม จากนั้นก็นำขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำ นำมารับประทานเล่นเป็นของว่าง เคี้ยวเพลินอร่อยเหมือนเคี้ยวถั่วเลยค่ะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindua indica Linn
ชื่อวงศ์ Legumionosae
ชื่อท้องถิ่น มะขามไทย (ภาคกลาง) , ขาม (ภาคใต้) , ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง,กาญจนบุรี) , มอดเล/ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน) , ตะลุบ (นครราสีมา) , อำเปียล (เขมร ,สุรินทร์)
ลักษณะ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระ ใบเป็นใบประกอบใบเล็กออกตามกิ่งก้านเป็นคู่ ดอกออดอกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลือง และมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาง 3-20 ซ.ม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ ฝักจะเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน
สรรพคุณ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก ขับพยาธิไส้เดือน ขับเสมหะ ใบมะขาม ใช้กับลูกประคบ บรรเทาอาการคันตามร่างกาย บำรุงผิว
น้ำม ะขาม
มะขามเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดี เพาะปลูกง่าย ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในดินเค็มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ส่วนใหญ่ เกษตรกรจะปลูกตามหัวไร่ปลายนา มะขามมีราคาถูกกว่าผลไม้อื่นๆ เนื่องด้วยมะขามออกผลเป็นฤดูกาล ประกอบกับเมื่อแกะเมล็ดออกจากฝักแล้ว เนื้อมะขามจะกลายเป็นสีดำในเวลาไม่นาน ดังนั้น การพัฒนาเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่ม จึงเป็นการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรที่สนใจและมีความพร้อม
ส่วนผสมการทำน้ำมะขาม
วิธีทำน้ำมะขาม :
ข้อแนะนำของการเ็ก็บน้ำมะขาม ควรเก็บไว้ในตู้เย็น และรับประทานภายใน 2 สัปดาห์
คุณค่าทางอาหาร และประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ คุณค่าทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทยมีแหล่งผลิตกระจาย ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปัจจุบันมะขามเปรี้ยวมีบทบาท ในตลาดส่งออกมากขึ้น โดยในปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 105,329 ไร่ ผลผลิตประมาณ 56,586 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญ จะอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก โดยฤดูกาลผลิตมะขามเปรี้ยวจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยส่งออกในรูปมะขามเปียกแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดคือ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำและมีโรคแมลงติดไปกับฝักหลังการเก็บเกี่ยว
1.2 การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัย - เลือกซื้อสารเคมีที่มีคุณภาพและขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย - การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ใบมะขาม ใบ (Leaves) มะขามหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดใบประกอบ (compound leaves) ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate) มีความยาวประมาณ 10 - 16 ซม. ประกอบด้วยใบย่อยเล็ก ๆ รูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong) ขนาด 1 - 2.5 x 0.5 - 1.0 ซม. เรียงตัวติดก้านใบใหญ่แบบตรงข้าม (opposite) มีจำนวนใบย่อยประมาณ 10 - 17 คู่
มะขามเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะต้นเป็นพุ่มรูปวงกลมขนาดใหญ่ ทรงพุ่มอาจจะแผ่กว้างถึง 20 เมตร ให้ร่มเงาหนาทึบ ลำต้นสูงประมาณ 60 ฟุต เปลือกสีน้ำตาลอ่อนแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็ก ๆ ใบจะเรียงตัวแบบสลับ ความยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ใบย่อยจะเรียงตัวเป็นคู่ ประมาณ 10-20 คู่ เมื่อใบแก่จะสลับใบทิ้งแล้วแตกใบอ่อนขึ้นมาแทนในราวเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน หลังจากนั้นตาดอกจะเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งและช่อดอกที่สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ดอกจะบานในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ดอกมะขามเป็นช่อเล็ก ๆ อยู่ปลายกิ่ง มีประมาณ 10-15 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ช่อดอกยาว 5-10 เซนติเมตร กลีบรองมีสีเหลืองอ่อนค่อนข้างหนามีทั้งหมด 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพูปนขาวอยู่ภายในมี 3 กลับ กลุ่มเกสรตัวผู้รูปร่างเป็นหลอด ส่วนเกสรตัวเมียมี 3 กะเปาะ แต่ละกะเปาะมีอับเรณูบรรจุอยู่ ฝักหรือผลมะขามมีความยาวตั้งแต่ 7.5-20 เซนติเมตร แต่ละข้อจะคอดเล็กน้อย มีเมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปค่อนข้างกลมห่อหุ้มด้วยเนื้อสีน้ำตาล คุณภาพของเนื้อที่ดีจะต้องไม่มีเปลือก ใบ และสิ่งเจือปน มีความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ กรด 10-13 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 10-30 เปอร์เซ็นต์ และสารละลายอื่น ๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณกรดและน้ำตาลในฝักมะขามอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลรักษาและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
มะขามหวานเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืน แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมแน่น ลำต้นเหนียวหักโคนยาก และรากลึก ทนแล้งเป็นไม้ผลกึ่งเขียวตลอดปี (Semi-evergreen) แต่จะค่อย ๆ สลัดใบแก่ในฤดูร้อน ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน พร้อมกันนั้นก็จะผลิใบใหม่ขึ้นมาแทน เมื่อใบเริ่มแก่ก็จะออกดอก คือประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม ติดฝักอ่อนพอมองเห็นได้ราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและฝักจะแก่เก็บได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ ปริมาณของฝนและความชื้น
สูตรการผลิต ครีมล้างหน้ามะขาม นี้ได้มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งทั้งสองบอกว่านำสูตรนี้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง
ส่วนผสม มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ
วิธีทำ
วิธีใช้ครีมล้างหน้ามะขาม หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว
มะขาม ส่วนที่ใช้ : เนื้อฝักแก่ เนื้อเมล็ดแก่ รสยา (รสชาด) : เปรี้ยว มัน สรรพคุณ : เป็นยาระบาย ขับเสมหะ เมล็ดใช้ขับพยาธิ
มะขามแขก ส่วนที่ใช้ : ใบแห้ง และฝักแห้ง รสยา (รสชาด) : เปรี้ยว สรรพคุณ : ใบและฝักใช้เป็นยาถ่าย ใช้รักษาอาการท้องผูก หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน