มะขาม.com - Tamarind Blog


 หน้าที่ 10 จาก 11 

 « หน้าแรก  ... « 7  8  9  10  11 »


7
ก.พ.
โพสในหมวด มะัขามเพื่อสุขภาพ by Tamarind

การทำลูกประคบ
อุปกรณ์การทำลูกประคบ

  1. ผ้าดิบสำหรับห่อลูกประคบ, เชือก
  2. ตัวยาที่ใช้ทำลูกประคบ
  3. หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ
  4. จานรองลูกประคบ
  5. กะละมัง ถุงมือ ผ้าขนหนู

ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ

  1. ไพล (500 กรัม)  - แก้ปวดเมื่อยลดการอักเสบ
  2. ผิวมะกรูด (100 กรัม) - ถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้ มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน
  3. ตะไคร้บ้าน (200 กรัม) - แต่งกลิ่น
  4. ใบมะขาม (100 กรัม) - แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว
  5. ขมิ้นชัน (100 กรัม) - ช่วยลดอาการอักเสบ   แก้โรคผิวหนัง
  6. ใบส้มป่อย (50 กรัม) - ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง  ลดความดัน
  7. การบูร (30 กรัม) - แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
  8. เกลือ (60 กรัม) - ช่วยดูดความร้อนและช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกก้น
  9. พิมเสน (30กรัม ) - แต่งกลิ่น  แก้พุพอง ผดผื่น บำรุงหัวใจ

วิธีการทำลูกประคบ

  1. หั่นหัวไพล  ขมิ้นอ้อย  ตะไคร้  ผิวมะกรูด  ตำพอหยาบๆ
  2. นำใบมะขาม  ใบส้มป่อย  ตำผสมกับข้อ 1. เสร็จแล้วให้ใส่เกลือ การบูร คลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแต่อย่าให้แฉะเป็นน้ำ
  3. แบ่งตัวยาที่ตำเรียบร้อยแล้วเป็น 2 ส่วน เท่าๆ กัน โดยใช้ผ้าขาวห่อเป็นลูกประคบรัดด้วยเชือกให้แน่น
  4. นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15 – 20 นาที
  5. นำลูกประคบที่ความร้อนได้ที่แล้วมาประคบผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ  โดยสับเปลี่ยนลูกประคบ

การเก็บรักษาลูกประคบ

  • ลูกประคบสมุนไพรที่ทำครั้งหนึ่ง สามารถเก็บไว้ใช้ได้ 3 -5 วัน
  • ควรเก็บลูกประคบไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บได้นานขึ้น (ควรเช็คตัวยาในห่อลูกประคบด้วยถ้ามีกลิ่นบูดไม่ควรเก็บไว้)
  • ถ้าลูกประคบแห้ง ก่อนใช้ควรพรมด้วยน้ำหรือเหล้าขาว
  • ถ้าลูกประคบที่ใช้มีสีเหลืองอ่อนลง  แสดงว่ายาที่ใช้จืดแล้ว (คุณภาพน้อยลง) จะใช้ไม่ได้ผล
  • เมื่อต้องการนำไปใช้ใหม่  ต้องเปลี่ยนผ้าห่อลูกประคบผืนใหม่
  • เวลาที่จะเก็บไว้ และเอาออกมาใช้ใหม่ ควรเติมเกลือ และพิมเสน การบูร อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการประคบ

  1. จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม  เช่น นอนหงาย นั่ง นอนตะแคง  ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะทำการประคบสมุนไพร
  2. นำลูกประคบที่ร้อนได้ที่แล้วมาประคบบริเวณที่ต้องการประคบ  (การทดสอบความร้อนของลูกประคบ โดยแตะที่ท้องแขนหรือฝ่ามือของผู้ประคบ)
  3. ในการวางลูกประคบบนผิวหนังคนไข้โดยตรง ในช่วงแรกๆต้องทำด้วยความเร็ว ไม่วางแช่นานๆ เพราะคนไข้จะทนความร้อนไม่ได้มาก
  4. เมื่อลูกประคบคลายความร้อนลงก็สามารถวางลูกประคบอีกลูกหนึ่งแทน  (นำลูกเดิมไปนึ่งต่อ)
  5. ทำซ้ำตามข้อ 2, 3, 4

โรคหรืออาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพร
โรค / อาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการ แพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร
ข้อห้าม  ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น
อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น ตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามแปรรูป by Tamarind

คนส่วนใหญ่เมื่อรับประทานเนื้อมะขามหมดแล้ว เม็ดมะขามก็จะโยนทิ้ง แต่ต่อไปนี้ให้เก็บเม็ดมะขามไว้นะคะ  เพราะสามารถนำมาเก็บไว้รับประทาน รสชาติ อร่อยเชียวค่ะ วิธีการก็แค่เอาเม็ดมะขามมาล้างน้ำให้สะอาด  และผึ่งให้แห้ง  แล้วนำไปคั่วให้หอม จากนั้นนำเม็ดมะขามที่คั่วแล้วมากระเทาะเปลือก  โดยใช้มือถูไปมาบนเม็ดมะขามนั่นแหละเปลือกก็จะหลุดออกได้ง่ายๆ จากนั้นก็นำเม็ดมะขามคั่วที่แกะเปลือกเสร็จแล้วลงแช่ในน้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ  1-2  คืน เพื่อให้เม็ดมะขามคั่วนิ่ม  จากนั้นก็นำขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำ  นำมารับประทานเล่นเป็นของว่าง  เคี้ยวเพลินอร่อยเหมือนเคี้ยวถั่วเลยค่ะ


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด ประวัติของมะขาม by Tamarind

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindua  indica  Linn

ชื่อวงศ์ Legumionosae

ชื่อท้องถิ่น มะขามไทย  (ภาคกลาง) ,  ขาม (ภาคใต้) , ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง,กาญจนบุรี) , มอดเล/ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน) , ตะลุบ (นครราสีมา) , อำเปียล (เขมร ,สุรินทร์)

ลักษณะ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระ ใบเป็นใบประกอบใบเล็กออกตามกิ่งก้านเป็นคู่  ดอกออดอกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลือง และมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก  ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาง 3-20 ซ.ม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ ฝักจะเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน

สรรพคุณ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก  ขับพยาธิไส้เดือน  ขับเสมหะ  ใบมะขาม ใช้กับลูกประคบ บรรเทาอาการคันตามร่างกาย  บำรุงผิว


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามแปรรูป by Tamarind

น้ำม ะขาม

มะขามเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดี เพาะปลูกง่าย ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในดินเค็มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ส่วนใหญ่ เกษตรกรจะปลูกตามหัวไร่ปลายนา มะขามมีราคาถูกกว่าผลไม้อื่นๆ เนื่องด้วยมะขามออกผลเป็นฤดูกาล ประกอบกับเมื่อแกะเมล็ดออกจากฝักแล้ว เนื้อมะขามจะกลายเป็นสีดำในเวลาไม่นาน ดังนั้น การพัฒนาเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่ม จึงเป็นการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรที่สนใจและมีความพร้อม

ส่วนผสมการทำน้ำมะขาม

  1. มะขามเปียกชนิดไม่มีเมล็ด 100 กรัม
  2. น้ำสำหรับคั้นมะขามเปียก 1,200 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 540 กรัม
  4. น้ำสำหรับทำน้ำเชื่อม 2,500 กรัม


วิธีทำน้ำมะขาม :

  1. ฆ่าเชื้อขวดกับฝาที่ใช้บรรจุ โดยการลวกด้วยน้ำเดือด
  2. นำมะขามเปียกทั้งหมดมาต้มกับน้ำประมาณครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งมะขามนิ่มและละลายออกมา ขณะที่ต้ม ผู้ทำควรคนหรือบี้ด้วยทัพพี เพื่อให้มะขามละลายได้เร็วขึ้น แล้วยกลง กรองผ่านกระชอนที่มีผ้าขาวบางอย่างหยาบรองอยู่ด้านล่าง กากที่กรองได้นำมาคั้นกับน้ำที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง จนหมดเนื้อมะขาม
  3. เตรียมน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเข้าด้วยกัน ต้มให้น้ำตาลละลาย จากนั้น นำมากรองผ่านผ้าขาวบาง
  4. ผสมน้ำมะขามและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน ต้มให้เดือดนาน 5 นาที ยกลงบรรจุในขวดที่ลวกฆ่าเชื้อแล้ว และทำให้เย็นโดยแช่ในน้ำ

ข้อแนะนำของการเ็ก็บน้ำมะขาม
ควรเก็บไว้ในตู้เย็น และรับประทานภายใน 2 สัปดาห์

คุณค่าทางอาหาร และประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ
คุณค่าทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทยมีแหล่งผลิตกระจาย ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปัจจุบันมะขามเปรี้ยวมีบทบาท ในตลาดส่งออกมากขึ้น โดยในปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 105,329 ไร่ ผลผลิตประมาณ 56,586 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญ จะอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก โดยฤดูกาลผลิตมะขามเปรี้ยวจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยส่งออกในรูปมะขามเปียกแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดคือ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำและมีโรคแมลงติดไปกับฝักหลังการเก็บเกี่ยว

สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
แนวทางการปฏิบัติ
1. การผลิตมะขามเปรี้ยวที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและปลอดศัตรูพืช 1.1 การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน

1.2 การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัย
- เลือกซื้อสารเคมีที่มีคุณภาพและขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย
- การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม

2. การผลิตมะขามเปรี้ยวที่มีคุณภาพ 2.1 การจัดการเพื่อให้ได้ผลมะขามเปรี้ยวที่สมบูรณ์
2.1.1 การคัดเลือกพันธุ์ดี
2.1.2 การจัดการเพื่อเสริมความสมบูรณ์ของต้น
- การใส่ปุ๋ย
- การให้น้ำ
- การตัดแต่งกิ่ง เน้นการทำทรงพุ่มเตี้ย
2.2 การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ใบมะขาม ใบ (Leaves) มะขามหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดใบประกอบ  (compound  leaves) ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)  มีความยาวประมาณ 10 - 16 ซม.  ประกอบด้วยใบย่อยเล็ก ๆ รูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong) ขนาด 1 - 2.5 x 0.5  - 1.0 ซม. เรียงตัวติดก้านใบใหญ่แบบตรงข้าม (opposite)  มีจำนวนใบย่อยประมาณ 10 - 17 คู่


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

มะขามเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะต้นเป็นพุ่มรูปวงกลมขนาดใหญ่ ทรงพุ่มอาจจะแผ่กว้างถึง 20 เมตร ให้ร่มเงาหนาทึบ ลำต้นสูงประมาณ 60 ฟุต เปลือกสีน้ำตาลอ่อนแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็ก ๆ ใบจะเรียงตัวแบบสลับ ความยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ใบย่อยจะเรียงตัวเป็นคู่ ประมาณ 10-20 คู่ เมื่อใบแก่จะสลับใบทิ้งแล้วแตกใบอ่อนขึ้นมาแทนในราวเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน หลังจากนั้นตาดอกจะเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งและช่อดอกที่สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ดอกจะบานในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ดอกมะขามเป็นช่อเล็ก ๆ อยู่ปลายกิ่ง มีประมาณ 10-15 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ช่อดอกยาว 5-10 เซนติเมตร กลีบรองมีสีเหลืองอ่อนค่อนข้างหนามีทั้งหมด 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพูปนขาวอยู่ภายในมี 3 กลับ กลุ่มเกสรตัวผู้รูปร่างเป็นหลอด ส่วนเกสรตัวเมียมี 3 กะเปาะ แต่ละกะเปาะมีอับเรณูบรรจุอยู่ ฝักหรือผลมะขามมีความยาวตั้งแต่ 7.5-20 เซนติเมตร แต่ละข้อจะคอดเล็กน้อย มีเมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปค่อนข้างกลมห่อหุ้มด้วยเนื้อสีน้ำตาล คุณภาพของเนื้อที่ดีจะต้องไม่มีเปลือก ใบ และสิ่งเจือปน มีความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ กรด 10-13 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 10-30 เปอร์เซ็นต์ และสารละลายอื่น ๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณกรดและน้ำตาลในฝักมะขามอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลรักษาและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

มะขามหวานเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืน แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมแน่น  ลำต้นเหนียวหักโคนยาก  และรากลึก  ทนแล้งเป็นไม้ผลกึ่งเขียวตลอดปี (Semi-evergreen) แต่จะค่อย ๆ  สลัดใบแก่ในฤดูร้อน  ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน  พร้อมกันนั้นก็จะผลิใบใหม่ขึ้นมาแทน เมื่อใบเริ่มแก่ก็จะออกดอก คือประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม ติดฝักอ่อนพอมองเห็นได้ราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและฝักจะแก่เก็บได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ ปริมาณของฝนและความชื้น


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.

สูตรการผลิต  ครีมล้างหน้ามะขาม  นี้ได้มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งทั้งสองบอกว่านำสูตรนี้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง

ส่วนผสม
มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ

  • เนื้อมะขาม 69%
  • นมสด 15%
  • ขมิ้นชันผง 1%
  • น้ำผึ้ง 25%

วิธีทำ

  1. เลือกใช้มะขามที่ไม่ค้างปี ลอกกาบและแกะเมล็ดเรียบร้อย เนื้อมะขามต้องแห้ง
  2. นำเนื้อมะขามมาใส่น้ำให้พอท่วมเนื้อมะขาม ต้มจนน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นและให้มะขามอมน้ำให้ชุ่ม
  3. พอเย็นดีแล้วใช้ตะแกรงตาถี่รองเทเนื้อมะขามพร้อมกับนวดให้เนื้อมะขามไหลลงในภาชนะข้างล่าง
  4. ส่วนขมิ้นชันให้ใช้แบบชนิดผง นมสดใช้น้ำนมแบบสเตอริไรซ์จะทำให้เก็บได้นาน  และน้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์
  5. จากนั้นชั่งส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรแล้วนำมาใส่รวมกันในหม้อสเตนเลส
  6. นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น จึงยกลงรอให้เย็น แล้วบรรจุลงในขวดโหลดที่ปิดได้มิดชิด

วิธีใช้ครีมล้างหน้ามะขาม
หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด ประโยชน์ของมะขาม by Tamarind

มะขาม
ส่วนที่ใช้ : เนื้อฝักแก่  เนื้อเมล็ดแก่
รสยา (รสชาด) : เปรี้ยว  มัน
สรรพคุณ : เป็นยาระบาย ขับเสมหะ  เมล็ดใช้ขับพยาธิ

มะขามแขก
ส่วนที่ใช้ : ใบแห้ง และฝักแห้ง
รสยา (รสชาด) : เปรี้ยว
สรรพคุณ : ใบและฝักใช้เป็นยาถ่าย ใช้รักษาอาการท้องผูก  หญิงมีครรภ์ห้ามรับประทาน


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 


 หน้าที่ 10 จาก 11 

 « หน้าแรก  ... « 7  8  9  10  11 »


 

;