มะขาม.com - Tamarind Blog

4
มี.ค.

 ”ครีมพอกหน้ามะขาม” สร้างเงินจากก้นครัวสู่สปา

     การนำเอาพืช ผัก สมุนไพรต่าง ๆ ที่เหลือจากการบริโภค เช่น แตงกวา, ว่านหางจระเข้, มะกรูด ฯลฯ  มาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ภายในครอบครัว เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และอาจสามารถขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งได้ด้วย วันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ขอนำเสนอการทำ “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” ซึ่งเป็นการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาสู่การเป็นผลิตภัณฑ์
 
     กัญญาลักษณ์ ตระกูลชีวะพานิตต์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว เจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เล่าให้ฟังถึงที่มาของกลุ่มว่า ได้มีการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 ในช่วงยุคเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำอย่างหนัก โดยเริ่มรวมกลุ่มสมาชิก 10 คนด้วยเงินทุนส่วนตัว และเงินสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (ในสมัยนี้)

     เริ่มแรกสินค้าของกลุ่มก็จะมี แชมพู-ครีมนวด, ลอดช่องสิงคโปร์สมุนไพรอบแห้ง และสบู่ก้อนใยบวบ-สบู่เหลวสมุนไพร จากดอกอัญชัน ว่านหางจระเข้ ขมิ้น เป็นต้น จนสามารถสร้างเศรษฐกิจในชุมชนให้เข้มแข็งในระดับรากหญ้าได้ระดับหนึ่ง และปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัวมีสมาชิกประมาณ 30 คน แต่ละคนมีรายได้เฉลี่ยคนละ 3,000-5,000 บาท/เดือน 

     “ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มจะเน้นสมุนไพรเป็นหลัก ทั้งทานได้และไม่ได้ แต่มีคุณประโยชน์มาก ไม่ใช่ทั้งอาหารและไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทของใช้ ยิ่งกระแสใช้สารเคมีครีมหน้าขาวมีปัญหา จึงเกิดไอเดียจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะในมะขามมีสาร AHA ซึ่งเป็นกรดผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ผลัดออกเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความชุ่มชื้นนุ่มนวลแก่ผิว ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดสิวฝ้าจุดด่างดำ  ทำให้ผิวหน้า-ผิวกายเรียบเนียนขึ้น และรูขุมขนกระชับ ที่สำคัญไม่มีสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวเลย” คุณกัญญาลักษณ์กล่าวถึงผลิตภัณฑ์  โดยเฉพาะ “ครีมมะขามสมุนไพร”

     ครีมมะขามสมุนไพรนี้ ทำการศึกษา-ฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำมาพัฒนาปรับปรุงจนอยู่ตัว ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก ทางกลุ่มทำส่งร้าน “สปา” ในกรุงเทพฯหลายแห่ง  
 
     ในการทำนั้น วัตถุดิบหรือส่วนผสม ที่ต้องใช้ก็มี… มะขามเปียกแกะเม็ดแล้ว 1 กก., น้ำผึ้งรวงแท้ 100 กรัม, นมสด 1,000 ซีซี, ขมิ้นชันผง 1 ช้อนโต๊ะ, ทานาคา 1/2 ช้อนโต๊ะ
 
     อุปกรณ์…เตาแก๊ส, หม้อตุ๋นสเตนเลส, ถาด, ไม้พายพลาสติกประมาณ 5-6 อัน, ถังพลาสติก, กะละมัง, กระชอน, ช้อนตวง, ถุงมือ และภาชนะบรรจุ ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่นสามารถหยิบฉวยได้จากในครัว
  
ขั้นตอนการทำ “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” เริ่มจากนำมะขามเปียกค้างปีที่คัดเตรียมไว้ 1 กก.ใส่ลงถาด กระจายให้ทั่ว ใช้มือดึงใย และแกะเอาเม็ดมะขามเปียกออกให้หมด 
 
     นำมะขามเปียกที่ดึงใย และแกะเอาเม็ดออกหมดแล้วมาล้างน้ำ  ใส่ภาชนะทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงทำการยีมะขามเปียกในกระชอน จนได้เนื้อมะขาม  
 
     ใส่นมสดที่เตรียมไว้ลงในเนื้อมะขาม ใช้ไม้พายคนให้ทั่ว แล้วแช่ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ จนเนื้อมะขามนุ่ม (นมทำให้เนื้อมะขามอ่อนตัวลง และยังมีคุณสมบัติบำรุงผิว)
 
     จากนั้น นำน้ำผึ้ง ทานาคา และขมิ้นชัน ผสมใส่ลงไปในเนื้อมะขามเปียก  คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำส่วนผสมที่ได้ไปนึ่งอีกครั้ง นึ่งนานประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อโรค และช่วยให้เก็บไว้ได้นานขึ้น เท่านี้ก็จะได้ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า
สำหรับวิธีใช้ คุณกัญญาลักษณ์บอกว่า ล้างหน้าหรือผิวกายให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วจึงนำครีมมะขามสมุนไพรทาให้ทั่วใบหน้าหรือผิวกาย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จนแห้ง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

     ตามสูตรที่ให้มาข้างต้นสามารถผลิตครีมมะขามสมุนไพรได้  1,400 กรัม (1.4 กก.) ใส่กระปุกบรรจุขนาด 100 กรัม ได้ 14 กระปุก ถ้าเป็นขนาด 200 กรัม ก็ได้ 7 กระปุก

     ขนาด 100 กรัม ราคาจำหน่ายกระปุกละ  99 บาท ส่วนขนาด 200 กรัม ราคากระปุกละ 199 บาท หรือถ้าซื้อเป็นกิโลฯ ก็จำหน่ายในราคา 350 บาท/กก.

     ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัวมีแนวคิดจัดทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก ส่วน “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” ใครสนใจก็ลองไปดูกัน หรือติดต่อคุณกัญญาลักษณ์ได้ที่ เลขที่ 8/8 หมู่ 5 รามอินทรา 76 แขวง-เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230 โทร. 0-1319-7292, 0-2517-2519.


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
2
มี.ค.

         ในอดีตมนุษย์ยังไม่มีเครื่องประทินผิว หรือเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาจากโรงงานมากมายเหมือนปัจจุบัน แต่ก็รู้จักนำเอา พืช ผัก สมุนไพร หรือชิ้นส่วนของสัตว์บางชนิดนำมาใช้เพื่อความสวยงามกันมานานแล้ว
          พอมาในยุคนี้ ยุคที่ผู้คนหันมา ใส่ใจสุขภาพ ปฎิเสธสารเคมี สารพิษ และมลพิษต่าง ๆ ก็กลับมาจับเอาสมุนไพรใช้กันอย่างแพร่หลาย กระทั่งโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างเช่น โรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ จ.ปราจีนบุรี หรือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ก็มีชื่อเสียง     ในเรื่องของการผลิตยาจากสมุนไพร
          สูตรการผลิต  ครีมล้างหน้ามะขาม  มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งเธอทั้งสองบอกว่านำมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง
          มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ เนื้อมะขาม 69% นมสด 15% ขมิ้นชันผง 1% น้ำผึ้ง 25%
          วิธีทำเลือกใช้มะขามที่ไม่ค้างปีลอกกาบและแกะเมล็ดเรียบร้อย เนื้อมะขามต้องแห้ง นำมาใส่น้ำให้พอท่วมเนื้อมะขาม ต้มจนน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นและให้มะขามอมน้ำให้ชุ่ม พอเย็นดีแล้ว ใช้ตะแกรงตาถี่รองเทเนื้อมะขามพร้อมกับนวดให้เนื้อมะขามไหลลงในภาชนะข้างล่าง
          ส่วนขมิ้นชันให้ใช้แบบผง นมสดใช้นม สเตอริไรซ์จะเก็บได้นาน  น้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์
          จากนั้นชั่งส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรแล้วนำมาใส่รวมกันในหม้อสเตนเลส นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น จึงยกลงรอให้เย็นแล้วบรรจุได้ สำหรับที่นี่บรรจุหลอดพลาสติก 20 กรัมขาย 25 บาท หลอดใหญ่ 90 กรัม 100 บาท
          วิธีใช้หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว
          ซึ่งสูตรนี้เภสัชกรยืนยันว่าไม่มีผลข้างเคียงเพราะว่าส่วนผสมทั้งหมดล้วนมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น นอกจากบุคคลที่มีผิวหนังบางมาก ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะว่า AHA จะทำให้เกิดอาการแสบและคัน
          นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นคือ ครีมบำรุงแตงกวา  ยาหม่องเสลดพังพอน ยาอมบ้วนปากใบฝรั่ง แชมพูครีมนวดผมดอกอัญชัน และน้ำยาล้างจาน
          สนใจจะไปดูกรรมวิธีการผลิตหรือซื้อผลิตภัณฑ์ติดต่อไปได้ที่ งานผลิตยา     โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 206 ถนน นนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 0-2527-0246 ต่อ 7501,7503
          ส่วนอีกสูตรนั้นเป็นของกลุ่มแม่บ้านบ้านใหม่เหนือ หมู่ที่ 2 ต.หนองล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งกลุ่มแม่บ้านกลุ่มนี้ได้ยื่นขอสนับสนุนสินเชื่อในลักษณะของวิสาหกิจชุมชน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาดอกคำใต้
          ป้าแสงดี เผ่ากันทะ  ประธานกลุ่ม เล่าความเป็นมาว่า แต่ก่อนนั้นแปรรูปหน่อไม้ปี๊บและเห็ดถอบกระป๋อง ต่อมาเมื่อปี 2543 บุตรสาวซึ่งเป็นเภสัชกรได้เข้ารับการอบรมเรื่องการทำครีมล้างหน้ามะขามที่กรุงเทพฯ และนำมาถ่ายทอดให้ตน
          ป้าสนใจเพราะวัตถุดิบล้วนเป็นธรรมชาติแล้วบ้านเราก็มีทั้งหมดเลย ตอนแรกก็ลองผิดลองถูก แล้วก็ปรับปรุงมาเรื่อย
          ณิชากร พิมยศ  ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาดอกคำใต้ เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ไปป่าวประกาศขายร่วมกับลูกสาวของป้าแสงดีเป็นฝ่ายการตลาด บวกกับได้มาออกร้านในงาน ธ.ก.ส. ที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป แถมผู้ใช้แล้วยังบอกปากต่อปากกันไปอีกต่างหาก
          วิธีการผลิตนั้นล้วนนำวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่นำมาปรับปรุงใช้
          สูตรนี้จะประกอบไปด้วย เนื้อมะขาม เนื้อว่านหางจระเข้ ขมิ้นชันผง นมสด น้ำผึ้ง
          เนื้อว่านหางจระเข้ปอกเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กเข้าเครื่องบดอาหารขนาดเล็กให้ละเอียด นมนั้นใช้นมวัวสด
          เริ่มจากการซื้อมะขามเปรี้ยวแบบแกะเมล็ดเรียบร้อยแล้ว รับซื้อที่ กก. ละ 6-10 บาท ขณะนี้ซื้อมะขามมากักตุนไว้ใช้นอกฤดู โดยเก็บในห้องเย็น
          ได้มะขามแล้วนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วเข้าเครื่องบดให้เละ ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเขาใช้เครื่องซักผ้าค่ะ แล้วเขาใส่น้ำลงไปปั่นไปมาเนื้อมะขามจะละลายเข้ากับน้ำ แล้วก็เปิดน้ำออกเอาน้ำมะขามนั้นมากรองอีกครั้ง ส่วนเนื้อมะขามที่อยู่ในเครื่องก็นำเข้าถังปั่นแห้งจะได้น้ำมะขามออกมาอีก
          นำน้ำมะขามมาเคี่ยวในกระทะที่ 1 ให้น้ำมะขามงวด แล้วใส่ในกระทะที่ 2 ใส่นมสดลงไปเคี่ยวให้แตกมัน แล้วตามด้วยส่วนผสมที่เหลือ และเคี่ยวให้เหนียวข้น จึงยกลงทิ้งไว้ให้เย็นแล้วบรรจุใส่ภาชนะได้
          แม่บ้านเขาบรรจุกระปุกพลาสติกขนาดเดียวโดยขายส่งโหลละ 120 บาท ขายปลีก 180 บาท ตกราคาขายปลีกกระปุกละ 15 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 9-12 บาท
          ที่กลุ่มแม่บ้านนี้เขาใช้กระทะใบบัวสำหรับกวนมะขามเกือบ 10 ใบ เพราะว่าวันหนึ่ง ๆ มีการซื้อมากถึง 70-100 โหล ซึ่งกลุ่มแม่บ้านจะต้องผลิตให้ได้วันละ 150 โหล โดยใช้เนื้อมะขามถึงวันละ 300 กว่ากิโลกรัม ซึ่งต้องใช้แรงงานอย่างน้อยวันละ 10 คน ถ้ามีสินค้าในสต๊อกมากพอแล้วก็จะมีวันหยุดพักผ่อนกันบ้าง
          เพราะต้องใช้กระทะมากขนาดนั้นจึงต้องใช้เตาเป็นจำนวนมาก แม่บ้านจึงใช้เตาฟืน บางครั้งก็นำซังข้าวโพดมาเป็นเชื้อเพลิง เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
          นอกจากนี้ยังทำขมิ้นผงผสมนมผงสำหรับพอกหน้าอีกด้วย
          สนใจอยากจะซื้อ หรือทดลอง หรือจะไปดูงานก็ติดต่อได้ที่ ป้าแสงดี โทร. 0-5405-7138,0-1952-8853


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
28
ก.พ.

     ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางขยายกลุ่มเป้าหมายให้กว้างออกไปเรื่อยๆ ขณะที่ผู้ผลิตพยายามสรรหาส่วนผสมในเครื่องสำอางออกมาดึงดูดลูกค้า

     ศ.น.พ.ปิติ พลังวชิรา ผอ.ศูนย์โรคผิวหนัง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ผู้เชี่ยวชาญด้านด้าน Antiaging Medicine อธิบายถึงสารพิเศษในเครื่องสำอางว่า ในเครื่องสำอางมีส่วนประกอบของส่วนผสมต่างๆ แต่ผู้บริโภคจำนวนมากไม่มีความรู้เกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ซื้อมาใช้ และไม่รู้ว่าสารพิเศษแต่ละชนิดมีคุณสมบัติอย่างไร มีส่วนทำให้ผิวพรรณของตัวเองดีขึ้นได้อย่างไร

     AHA (Alphahydroxy acid) เป็นสารที่พบในผลไม้และพืชผักหลายชนิด เป็นสารสกัดจากธรรมชาติพบได้ในแอปเปิ้ล ลูกพีช อ้อย องุ่น มะขาม สตรอเบอร์รี่ แครอต แตงกวา และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว

     สารตัวนี้รู้จักมานานแล้วตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณโดยผู้หญิงตะวันตกได้มีการนำไวน์เก่ามาทาผิวเพื่อรักษาผิวพรรณ บางครั้งก็ใช้องุ่น แตงกวา หรือมะเขือเทศ มาทาบริเวณใบหน้า แต่เดิมการใช้ AHA เพื่อรักษาโรคผิวหนังต่างๆ เช่น โรคผิวแห้ง โรคผิวหนังแข็งนูน เป็นสะเก็ดจากแสงแดด รอยกระสีคล้ำมีลักษณะเป็นปื้นใหญ่ ซึ่งมีสาเหตุจากแสงแดด นอกจากนี้ AHA ยังมีประโยชน์กับการลอกผิว รักษาหูด รอยเหี่ยวย่นจากแสงแดด หรือรอยคล้ำ

     จากคุณสมบัติของ AHA จึงทำให้วงการเครื่องสำอางนำมาพัฒนา เติมสารตัวนี้ลงไปในเครื่องสำอาง ให้มีคุณสมบัติช่วยดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนนุ่ม ลดรอยเหี่ยวย่น เพราะกลไกการออกฤทธิ์ของ AHA จะเป็นตัวการสำคัญในการควบคุมสมดุลของความชุ่มชื้นของผิวให้เป็นปกติ ช่วยกระตุ้นเซลล์ที่ตายแล้วแต่ยังจับกันแน่นให้หลุดออก ทำให้มีการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทน ทำให้ผิวหนังดูสดใส ช่วยรักษาสิวเสี้ยน และทำให้มีการลอกหลุดของเซลล์ในชั้นหนังกำพร้า จึงสามารถรักษาโรคขนคุด โรคหูด และยังสามารถเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจน และองค์ประกอบในหนังกำพร้า จึงนำมารักษาแผลเป็นตื้นๆ ได้ แต่ข้อเสียคือเวลาใช้อาจเกิดการระคายเคือง รู้สึกตึงหรือคันยิบๆ ได้

     AHA ที่นำมาใช้มีหลายชนิด เช่น กรดไกลโคลิก ซึ่งได้มาจากอ้อย กรดแล็กติกได้จากนำเปรี้ยว กรดมาลิก ได้จากแอปเปิ้ล กรดทาร์ทาริก ได้จากมะขามหรือไวน์ที่บ่มนานๆ กรดซิตริกได้จากผลไม้จำพวกส้มชนิดต่างๆ

     ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ผสม AHA ปกติจะใช้ความเข้มข้นของกรดต่ำ ประมาณร้อยละ 4-6 ส่วนที่ทำขึ้นในโรงพยาบาลหรือคลินิกแพทย์ผิวหนัง AHA ซึ่งมีความเข้มข้นสูง ประมาณร้อยละ 40-70 เพื่อปรับสภาพผิวลบริ้วรอยเหี่ยวย่นตื้นๆ รอยดำคล้ำ รอยแผลเป็นจากสิว โดยใช้ระยะเวลาต่างๆ กันตามดุลพินิจของแพทย์

     แพทย์มักแนะให้ผู้ใช้ เมื่อทาน้ำยาแล้วให้ล้างออก และประคบเย็น โดยให้ทำทุก 2-4 สัปดาห์ต่อเนื่องกัน และทำซ้ำทุก 1-2 เดือน หลังจากนั้นอาจใช้ AHA ความเข้มข้นต่ำมาใช้เองที่บ้าน เพื่อคงสภาพผิวให้สดใสและนุ่มเนียนตลอดเวลา

     ต้องจำไว้เสมอว่าหลังทำ AHA treatment ถ้าเป็นไปได้ควรทายากันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดด หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีต่างๆ หรือสบู่ชนิดแรงบริเวณผิวหน้า 4-5 วัน เพราะอาจทำให้ผิวลอกมากและไหม้ได้ และหลังจากนั้นก็ใช้เครื่องสำอางและยาอื่นได้ตามความปกติ

     ในบางประเทศถือว่า AHA เป็นยาเหมือนกรดวิตามินเอ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างการและหน้าที่ของผิวหนัง จึงต้องให้แพทย์เท่านั้นเป็นผู้ตรวจและสั่งยา ขณะที่การทำเบบี้เฟรซตามร้านเสริมสวยในเมืองไทย ใช้กรดซึ่งรุนแรงกว่า AHA โดยผู้ทำส่วนใหญ่ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่เพียงพอ จึงน่าวิตกว่าถ้าทำด้วยขั้นตอนที่ไม่ถูกหลักจะก่อให้เกิดผลข้างเคียงและเกิดอันตรายต่อใบหน้าได้


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
ก.พ.

ขั้นตอนการทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษ บำรุงผิวพรรณ

ส่วนผสมที่สำคัญในการทำสบู่ถ่านไม้ไผ่

  1. กลีเซอรีน Soap Bar   1/2 กิโลกรัม
  2. น้ำมะขามเปียก            1/2 กิโลกรัม
  3. น้ำผึ้ง/ น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ (Virgin coconut oil) อย่างละ  1/2 ช้อนโต๊ะ
  4. ผงถ่านไม้ไผ่ที่ผ่านการเผาที่ 1000 องศาเซ็นเซียส (Bamboo chacoal)  1-2 ช้อนโต๊ะ
  5. น้ำมันเปลือกส้มสกัดเย็น

วิธีทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ดูดสารพิษ

  1. ต้มกลีเซอรีน ในภาชนะสเตนเลสที่ไฟปานกลางประมาณ 20 นาที
  2. ต้มน้ำมะขามเปียกที่ผ่านการกรองจนละเอียดในภาชนะสเตนเลส ประมาณ 5 นาที
  3. ผสมกลีเซอรีน Soap bar กับน้ำมะขามเปียกเข้าด้วยกันกวนให้เป็นเนื้อเดียวกันประมาณ 20 นาที
  4. เติมผงถ่านไม้ไผ่แล้วคนเป็นเนื้อเดียวกันตั้งไฟต่อประมาณ 5 นาทีแล้วดับไฟ
  5. เติมน้ำผึ้ง น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ และน้ำมันเปลือกส้มตามลงไป
  6. เทใส่พิมพ์ทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง สบู่จะแข็งตัวแล้วนำออกจากพิมพ์สามารถนำไปใช้ได้เลย

สบู่ถ่านไม้ไผ่เป็นสบู่ที่ปราศจากการเติมแต่งสี มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับผิวมนุษย์ (โดยไม่ใช้สารเคมีปรับสภาพค่า pH แต่ใช้สมุนไพรมะขาม และน้ำผึ้งป่าในการปรับค่า pH) มีส่วนผสมของ Virgin coconut oil และน้ำผึง จึงอ่อนโยนต่อทุกสภาพผิว (เป็นถ่านไม้ไผ่ที่ผ่านการเผาที่อุณหภูมิมากกว่า 1000 องศาเซ็นเซียสเท่านั้นจึงจะสามารถปล่อยประจุลบออกมาได้) ส่งผลให้ผิวพรรณจะสดใสเปล่งปลั่ง ทั้งยังช่วย D-Tox ขจัดสิ่งสกปรกและเชื้อแบ็คทีเรียใต้ผิวหนังได้ดี ด้วยอนุภาคของสมุนไพรมะขามและน้ำมันเปลือกส้มแบบบีบเย็น จะช่วยผลัดเซลล์ และสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่สดใสอ่อนนุ่ม


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
ก.พ.

มะขามเปียก คุณทราบไหมว่ามะขามเปียกเป็นสินค้าส่งออกของบ้านเราไปยังประเทศที่ผลิตน้ำมันเพื่อไปล้างท่อน้ำมัน เป็นข้อยืนยันว่ามะขามเปียกมีสรรพคุณในการทำความสะอาดความมันบนใบหน้าอย่างล้ำลึก ทำให้ผิวเปล่งปลั่ง โดยเฉพาะจะเหมาะมากกับผู้ใหญ่ที่เริ่มมีริ้วรอยเหี่ยวย่น หรือคนที่เป็นฝ้า ในมะขามเปียกจะมีสาร AHA ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป และมีสารเคลือบผิวเป็นฟิล์มบางๆ ช่วยเคลือบเซลล์ที่เริ่มแห้งเพราะสูญเสียความชุ่มชื้น เมื่อใช้เป็นประจำจะค่อยๆ ลบเลือนริ้วรอยได้ และช่วยทำให้ผิวเต่งตึงขึ้น

วิธีใช้

เวลาเราไปซื้อมะขามเปียกจากตลาดจะขายเป็นปั้นๆ ขนาดกำมือ แบ่งมาสักส่วนหนึ่ง ดึงใยและผิวแข็งๆ ออกให้เหลือแต่เนื้อและกากเล็กน้อย ใช้ถูนวดบนผิวหนังเป็น scrub ได้อย่างดี หรือเติมน้ำแล้วคั้นกรองเอาแต่น้ำมะขามให้ได้น้ำประมาณ 1 ถ้วยเล็กๆ นำมาชโลมผิวตัว ถ้าผิวหน้าก็ใช้เพียง 1-2 ช้อนโต๊ะ ทิ้งไว้ 3-5 นาที ค่อยล้างออก


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.

สบู่ที่ทำมาจากมะขาม

ส่วนผสม

  1. กลีเซอรีน 1  กิโลกรัม
  2. ผงข้น
  3. ผงฟอง(ฟองเส้น)
  4. หัวน้ำหอม กลิ่นโดป Dove,มะขาม
  5. สี (สมุนไพร)

วิธีการทำสบู่มะขาม

  1. เจาะสันกระป๋อง ตัดลงมีถึงก้น แล้วใช้กรรไกรตัดให้ออกมาเป็นแผ่นๆจากกระป๋องลงมา2.5 ซ.ม. แล้วนำมาขดเป็นวงกลม ใช้ไม้บรรทัดพลาสติกแข็ง ใช้ขัดกระป๋อง ต้องหุ้มด้วยผ้าถ้าต้องการวงกลมใช้สก็อตเทป บิดด้านนอกอีกครั้ง
  2. ทาวาสลีน ลงบนแม่พิมพ์
  3. เวลานำกลีเซอร์น อุ่นแล้ว(กลีเซอร์น ห้ามใส่น้ำอย่างมากเพราะน้ำ ทำให้ไม่แข็งตัว ประมาณ 45 องศา ดูจนกลีเซอร์นอุ่นใส
  4. เอาฟองเส้น10 กรัมใส่ลงไปในกลีเซอร์น หลังข้นไปเรื่อย
  5. ใส่ผงข้นที่มีของเหลวใส่ข้นจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน6.นำกลีเซอร์นมาเทใส่ในแม่พิมพ์แล้วรอจนแห้งก็เสร็จสมบูรณ์

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.

แนะนำวิธีการทำครีมนวดผมจากมะขาม

ส่วนผสม

  1. รินคอมเปาว์ 200 กรัม
  2. คาโค 150 กรัม
  3. กรดซิตริก 10 กรัม
  4. น้ำสะอาด (น้ำต้มสุก) 4 กิโลกรัม
  5. สีธรรมชาติ เช่นสีดอกอัญชัญ ใบเตย มะขาม
  6. หัวน้ำหอม 1/2 ออนซ์
  7. กันบูด 1 ออนซ์
  8. วิตามินB5 ใช้ผมนิ่ม, BB 3  ฝา

วิธีทำ

  1. เอาน้ำผสมรินคอมเปาว์ผสมคาโคผสมกรดซิตริกกวนให้เข้ากัน
  2. เติมสีนำไปตั้งไฟ ให้ส่วนผสมละลายจนข้ากันดี (ไม่ให้เดือด) กวนให้เข้ากัน
  3. ปิดไฟกวนต่อให้อุณหภูมิลดจนเกือบเย็นเติมน้ำหอมเติมกันบูดกวนให้เข้ากัน
  4. บรรจุขวด

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.

ส่วนผสม

  1. มะขามเปียก 1 ก้อน
  2. ดินสอพอง (2-3 เม็ด)

วิธีทำ

  • นำมะขามเปียกและดินสอพองมาขยี้รวมจนละเอียดรวมเป็นเนื้อเดียวกัน
  • จะได้เนื้อครีมข้นและเหนียว
  • นำมาพอกกับหน้าที่สะอาดแล้วก่อนเข้านอน
  • โดยพอกทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

จะทำให้ผิวหน้าเต่งตึงขึ้น ด้วยสูตรผสมนี้เป็นที่รู้จักกันดีทั่วไป สามารถนำมาขัดพอกผิว
หลังจากอาบน้ำทุกครั้งและทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด และไม่ต้องฟอกสบู่ตามก็ได้ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.

สูตรการผลิต  ครีมล้างหน้ามะขาม  นี้ได้มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งทั้งสองบอกว่านำสูตรนี้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง

ส่วนผสม
มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ

  • เนื้อมะขาม 69%
  • นมสด 15%
  • ขมิ้นชันผง 1%
  • น้ำผึ้ง 25%

วิธีทำ

  1. เลือกใช้มะขามที่ไม่ค้างปี ลอกกาบและแกะเมล็ดเรียบร้อย เนื้อมะขามต้องแห้ง
  2. นำเนื้อมะขามมาใส่น้ำให้พอท่วมเนื้อมะขาม ต้มจนน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นและให้มะขามอมน้ำให้ชุ่ม
  3. พอเย็นดีแล้วใช้ตะแกรงตาถี่รองเทเนื้อมะขามพร้อมกับนวดให้เนื้อมะขามไหลลงในภาชนะข้างล่าง
  4. ส่วนขมิ้นชันให้ใช้แบบชนิดผง นมสดใช้น้ำนมแบบสเตอริไรซ์จะทำให้เก็บได้นาน  และน้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์
  5. จากนั้นชั่งส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรแล้วนำมาใส่รวมกันในหม้อสเตนเลส
  6. นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น จึงยกลงรอให้เย็น แล้วบรรจุลงในขวดโหลดที่ปิดได้มิดชิด

วิธีใช้ครีมล้างหน้ามะขาม
หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 


 หน้าที่ 1 จาก 1 

 1 


 

;