พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของ เขียง หมายถึง ไม้รองรับการสับ หั่น มักเป็นแผ่นกลมๆ
เขียงส่วนมากจะใช้ต้นมะขาม ตัดเป็นแว่นตามขวางของลำต้น แต่ละชิ้นจะมีความสูงประมาณ 2-3 นิ้วขึ้นไป แล้วแต่ว่าขนาดของต้นมะขาม จะเล็กหรือใหญ่ ถ้ามีขนาดใหญ่ความสูงของเขียงก็จะเพิ่มขึ้นบางต้น มีขนาดใหญ่ถึง 50 ซม. หรือกว่านั้น ชาวบ้านจะลอกเปลือกออกเอาแต่เนื้อลำต้นเท่านั้น มะขามไม่มีแก่นเนื้อเหนียวและไม่แข็งเกินไป นอกจากนั้นเมื่อถูกน้ำแล้วไม่มียาง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นแก่อาหารหรือพืชผักที่หั่นบนเขียง ไม่เหมือนไม้ชนิดอื่น ซึ่งอาจจะมียางทำให้เกิดกลิ่น เช่น ไม้แดงและไม้ยาง การทำเขียงของชาวบ้าน ดำเนินการโดยตัดตันมะขามขนาดที่พอเหมาะเลื่อยออกเป็นแว่น ๆ ใช้กบไสให้ผิวหน้าเรียบ แล้วใช้เกลือโรยไปบนเนื้อไม้นั้น เพื่อป้องกันมิให้เนื้อไม้แตกออกในขณะที่กำลังจะแห้ง
ประโยชน์ของเขียง คือเป็นที่รองเวลาหั่นผัก หรือสับเนื้อหมู เขียงที่ใช้ไปนาน ๆ ตรงกลางจะเป็นแอ่งลึก การทำความสะอาดเขียงทำได้ 2 วิธี คือ ล้างน้ำแล้วเช็ดให้แห้งและใช้มีดขูดออกก็ได้
ความอร่อยของอาหารไทยประการหนึ่งคือ รสชาติที่จัดจ้าน กระตุ้นการรับรู้ประสาทสัมผัส ทำให้เกิดความตื่นตัว และ ความหลงใหลไปพร้อมกัน รสเปรี้ยวเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทย ความจัดจ้าน จี๊ดจ๊าด ชวนให้น้ำลายสอของรสเปรี้ยวคือเสน่ห์ที่สร้างชื่อให้อาหารไทย อาหารไทยประเภท ยำ,ตำ, ต้ม, น้ำพริก,น้ำจิ้ม และ เครื่องดื่มบางประเภท มักจะมีรสเปี้ยวนำรสและอย่างสอดคล้องกับรสอื่นจนเกิดความกลมกล่อม เป็นเอกลักษณ์ที่ชาติไหนยากจะเลียนแบบ
หากคิดถึงรสเปรี้ยว จัดจ้าน ในอาหารไทย หลายคนจะนึกถึงมะนาวเป็นอย่างแรก เนื่องด้วยมะนาวเป็นแหล่งสมุนไพรสำคัญที่ให้รสเปรี้ยวในครัวไทยมาช้านาน แต่โดยแท้จริงแล้วครัวไทยแท้ ๆใช้รสเปรี้ยวจากมะนาวและ มะขาม เป็นหลัก ส่วนเครื่องปรุงรสเปรี้ยวอื่น เช่น น้ำส้มสายชู นิยมใช้ในการจีน และ อาหารชาติอื่น
อย่างไรก็ตามมิใช่ว่ารสเปรี้ยวในอาหารไทยจะได้จากมะนาว หรือ มะขาม เท่านั้น แต่ไม้ผล หรือ พืชผักบางประเภท สามารถนำมาใช้ปรุงรสเปรี้ยวได้ โดยจะมีความแตกต่างกันในแต่ละท้องถิ่นเท่าที่จะหาได้
รสเปรี้ยวจากผลไม้ และ พืชผักแต่ละชนิดมีรสชาติแตกต่างกัน ทำให้มีความเหมาะสมกับอาหารเฉพาะอย่าง ทั้งในการนำมาปรุงนั้น บางชนิดใช้เพียงแค่น้ำ บางชนิดใส่ไปทั้งลูก บางชนิดบุให้แตกเล็กน้อยก่อนใส่ในอาหาร บางชนิดใช้น้ำเจือ บางชนิดต้องใช้ทั้งเปลือก หรือ บางชนิดใส่เป็นเครื่องปรุงหลักพร้อมกับรสเปรี้ยวในตัว ความแตกต่างในความเปรี้ยวจึงเป็นเสน่ห์อีกประการที่ทำให้อาหารไทยมีความโดดเด่น ซึ่งรสเปรี้ยวจากเครื่องปรุงแต่ละประเภทมีลักษณะดังนี้
มะนาว ให้รสเปรี้ยวแหลม ไม่มีรสหวาน มีกลิ่นหอมของผิวมะนาวเนื่องจากที่ผิวมีส่วนผสมของสารที่เป็นน้ำมันหอมระเหย หากใช้ไม่ดี อาจให้รสขมได้ โดยเฉพาะเมื่อปรุงมะนาวขณะอาหารมีความร้อนสูงๆ หรือ ตำเปลือกมะนาว เมล็ดมะนาวลงไป การใช้มะนาวโดยส่วนมากจะบีบน้ำจากผลโดยตรง แต่อาหารบางประเภทใส่มะนาวทั้งลูก เช่น ส้มตำ หรือต้มมะนาวดอง
มะขามสด รสเปรี้ยวไม่แหลม มีรสหวานแทรกเล็กน้อยตามชนิดของมะขาม มีความฝาดตรงส่วนผิว มะขามสดมักใช้เป็นส่วนผสมของน้ำพริก เช่น น้ำพริกมะขามสด ซึ่งให้ทั้งรสเปรี้ยว ฝาด และ หวานอย่างกลมกล่อม มะขามถือได้ว่าเป็นพืชขึ้นง่าย พบได้ทั่วไป ทั้งในที่แล้ง ดินเค็ม หรือ ในแถบภาคกลาง โดยเฉพาะภาคอีสานชาวบ้านมักจะปลูกไว้ตามหัวไร่ปลายนา เพื่อเป็นร่มเงา และ เก็บลูกกิน
มะขามเปียก ให้รสเปรี้ยวนุ่มนวล มีรสหวานแทรกกว่ามะขามสด และมีลักษณะเฉพาะ มะขามเปียกทำให้อาหารข้นขึ้น มะขามเปียกทำจากมะขามเปรี้ยวที่เริ่มสุกแล้ว แกะเอาเมล็ดออก นำไปตากแดดให้หมาด และ เก็บไว้กินนานๆ เมื่อต้องการใช้ นำมะขามเปียกผสมน้ำต้มสุก คั้นน้ำออกมา กรองด้วยกระชอน น้ำที่ได้นำไปใช้ปรุงอาหารสารพัด
ยอดมะขามอ่อน เปรี้ยวไม่แหลม มีรสหวานนิด ๆ โดยส่วนใหญ่มักจะเติมในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มโคล้ง
มะดัน เปรี้ยวแหลมจัดกว่ามะนาว มีกลิ่นเฉพาะ ถ้าใส่ในอาหารที่ไม่เหมาะสม ทำให้เสียรสได้ มะดันมักใช้ทำน้ำพริก หรือ อาหารประเภทต้ม โดยอาจใส่ทั้งลูก หรือฝานเอาเนื้อใส่บางส่วน
มะม่วง เปรี้ยวมากน้อยตามชนิดพันธุ์ และ ความแก่อ่อนของมะม่วง มะม่วงจะใช้แต่งรสอาหารเมื่อต้องกินเนื้อมะม่วงร่วมด้วย ความเปรี้ยวจากมะม่วงมักไม่แทรกซึมผสมในอาหารชัดเจน เมื่อนำมาทำอาหาร จะสับ หรือฝานบาง ๆ เพื่อให้น้ำรสเปรี้ยวซึมออกมา เนื้อมะม่วงจะให้รสเปรี้ยวในตัวเช่น ยำมะม่วง น้ำพริกมะม่วง หรือ เป็นน้ำปรุงรสยำ เช่น ยำปลาดุกฟู
ระกำ เปรี้ยวมากน้อยตามชนิดของระกำ แต่ระกำมีกลิ่นเฉพาะ จึงใช้ได้กับอาหารบางชนิดเท่านั้น ระกำเป็นพืชที่พบได้ในป่าดิบเขา ที่มีฝนชุก พบมากในแถบภาคตะวันออก และ ภาคใต้ของไทย การปรุงมักใช้ลูกระกำใส่ไปในอาหารประเภทต้ม เช่น ต้มยำใส่ระกำ
มะกอก เปรี้ยวไม่จัด เมื่อกินแล้วจะมีรสหวานน้อยๆ ติดลิ้น มีความฝาดจากเปลือกผสมด้วย
ส้มจี๊ด เปรี้ยวไม่โดดเด่นเท่ามะนาว เพราะมีน้ำมากรสเปรี้ยวจึงเจือจาง มีกลิ่นเฉพาะตัว
ตะลิงปลิง ให้รสเปรี้ยวอ่อนกว่ารสมะนาว ใช้ใส่อาหารทั้งเนื้อ
ส้มแขก เปรี้ยวจัดแต่น้อยกว่ามะนาว ไม่มีกลิ่น
ใบชะมวง เปรี้ยวจัด กลิ่นฉุน ราคาถูก ใบชะมวงได้จากต้นชะมวง ซึ่งเป็นไม้ยืนต้น ลำต้นไม่ใหญ่มากนัก ขึ้นมากตามภาคตะวันออกของไทย ตั้งแต่ระยอง จันทบุรี และ ตราด ส่วนที่นำมาทำอาหารคือ ยอดอ่อน ซึ่งจะให้รสเปรี้ยวอร่อย เมนูที่นิยมคือ แกงส้มใบชะมวง และ หมูชะมวง อาหารขึ้นชื่อของชาวเมืองจันทบุรี
ความแตกต่างของความเปรี้ยว ทำให้อาหารไทยมีสีสัน มีสำรับหลากหลาย แต่ปัญหาของการปรุงรสเปรี้ยวเกิดขึ้นได้บ้างเนื่องจาก รสเปรี้ยวของอาหารไทยใช้จากผลไม้ และ พืชผักซึ่งบางชนิดมีเฉพาะฤดูกาล บางชนิดมีเฉพาะถิ่น ทำให้ยากลำบากในการสรรหามาปรุงตามตำรับดั้งเดิม แต่ก็เป็นเรื่องน่าสนุกไปอีกประการหนึ่งเมื่อ ความเปรี้ยวทดแทนกันได้อย่างลงตัว ถึงแม้จะได้รสชาติด้อยไปบ้างแต่ก็กลายเป็น รสใหม่ที่เก๋ไก๋ไปอีกแบบ ความเปรี้ยวที่แทนกันได้อาจทำได้ตามสำรับต่างๆ ดังนี้
รสเปรี้ยวที่ลงตัวกับตำรับอาหาร หมายถึงความอร่อย ช่วยสร้างความอยากอาหารเพิ่มขึ้น รสเปรี้ยวเป็นหนึ่งในเบญจรส ช่วยสร้างความโอชะให้อาหารไทย
มะขามหวาน จะออกชุกที่สุด ในช่วง ปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. ของทุกปี แต่หลังจากนี้ ก็สามารถหาซื้อ มะขามได้ ตามร้านขายของฝาก ทั้งในตัวเมือง และตามริมทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) จะเห็นร้านขายมะขาม อยู่ตลอดสองข้างทาง สามารถชิม และเลือกซื้อได้
แต่ถ้าอยากได้มะขามรสดี ขอแนะนำให้ไปเลือกซื้อจากร้านเด่นชัย กระต่ายเผือก ซึ่งเป็นเจ้าของไร่มะขามหวานที่ขึ้นชื่อในตัวเมืองเพชรบูรณ์ หรือร้านขายของฝากจากไร่มะขามสารัช อ. หล่มเก่า ซึ่งนอกจากมะขามหวานแล้ว ยังนำมะขามมาแปรรูปเป็นมะขามดอง มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุกน้ำตาล มะขามกวน มะขามเปียก ฯลฯ อีกด้วย
สำหรับราคามะขามแต่ละพันธุ์ขึ้นอยู่กับขนาด รสชาติ และผลิตผล ว่ามีจำนวนมากหรือน้อยในแต่ละฤดูกาล ตัวอย่างราคา - พันธุ์สีทอง 60-120 บาท/กก. - พันธุ์ประกายทอง 50-100 บาท/กก. - พันธุ์หมื่นจง 50-80 บาท/กก. - พันธุ์ศรีชมภู 40-60 บาท/กก. - พันธุ์อินทผาลัม 35-55 บาท/กก. - พันธุ์ปลาดุก 30-50 บาท/กก.
วิธีเลือกซื้อ ให้เลือกซื้อฝักมะขามที่แห้ง น้ำหนักเบา เมื่อลองดีดดูที่ฝัก จะมีลักษณะกลวง เลือกฝักที่สมบูรณ์ เปลือกไม่แตก ไม่มีแมลงเจาะเปลือกเป็นรู หรือมีเชื้อรา สำหรับมะขามหวานพันธุ์ที่นิยมกันและวิธีเลือกซื้อ มีดังนี้ 1. พันธุ์สีทอง เป็นมะขามที่กลายพันธุ์มาจากพันธุ์หมื่นจง และเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นสายพันธุ์มะขามหวานที่ดีเยี่ยม โดยนายประหยัด กองมูล เกษตรชาว อ. หล่มเก่า เป็นผู้ค้นพบ มะขามพันธุ์นี้จะสุกในราวเดือน ก.พ. ถึงต้นเดือน มี.ค. ให้เลือกมะขามที่ฝักขนาดค่อนข้างใหญ่ กลม โค้งเล็กน้อย เพราะถ้าโค้งมากเปลือกนอกจะหนา ฝักที่สุกจะเป็นสีนำตาล เนื้อข้างในหนามีสีเหลืองทอง ลองชิมดูจะมีรสหวานจัด 2. พันธุ์หมื่นจง เป็นต้นตระกูลของพันธุ์มะขามหวาน มีอายุมากกว่า 200 ปี มีถิ่นกำเนิดที่ อ. หล่มเก่า โดยขุนหมื่นจงเป็นผู้ค้นพบ ควรเลือกฝักค่อนข้างกลม มีลักษณะโค้งปานกลางถึงเป็นรูปวงกลม ฝักที่สุกจะมีเปลือกสีน้ำตาลแดง เนื้อเหนียวเหมือนกล้วยตาก ลองชิมดูจะมีรสชาติหอมหวาน เมล็ดเล็ก ล่อนง่าย 3. พันธุ์ประกายทอง (พันธุ์ตาแป๊ะ) มีต้นกำเนิดอยู่ที่บ้านโป่งตาเป้า อ. ชนแดน โดยนายเจียง แซ่เฮง ได้นำเมล็ดมาเพาะพันธุ์ ฝักจะแก่เก็บได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ลักษณะฝักมีขนาดยาว ใหญ่ โค้งงอ ไม่มีเหลี่ยม ฝักสุก เปลือกจะบางผิวเรียบเป็นสีน้ำตาล สีเนื้อเป็นสีน้ำผึ้ง เนื้อหนาตกทราย รสหอมหวาน รกหุ้มเนื้อน้อย เมล็ดเล็ก
กรดเป็นสารที่มีพิษต่อมนุษย์และสัตว์ เพราะมีฤทธิ์ในการกัดกร่อน ดังนั้นในการใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดในชีวิตประจำวันจะต้องใช้อย่างระวัง โดยเฉพาะภาชนะที่นำมาบรรจุสารละลายที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำมะขามเปียก ควรใช้ภาชนะที่เป็นแก้วหรือกระเบื้องเคลือบ ไม่ควรใช้ภาชนะที่เป็นโลหะหรือพลาสติกโดยเด็ดขาด นอกจากนี้ในการใช้สารปรุงแต่งอาหารให้มีรสเปรี้ยว เราต้องแน่ใจว่าสารนั้นไม่เป็นอันตรายทั้งนี้เป็นเพราะผู้ผลิตบางรายได้นำกรดกำมะถันมาเจือจางด้วยน้ำแล้วปลอมปนนำมาขายแทนน้ำส้มสายชู เมื่อผู้บริโภคทานเข้าไปจะทำให้สารเคลือบฟันถูกกัดกร่อน กระเพราะอาหารและลำไส้จะถูกกัดกร่อนเป็นแผล ดังนั้นการใช้น้ำมะนาวหรือน้ำมะขามมาปรุงแต่งอาหารจะปลอดภัยกว่า ส่วนสารละลายกรดที่มีผลต่อสภาพแวดล้อมนั้น เมื่อนำมาล้างพื้นหรือสุขภัณฑ์แล้ว ไม่ควรปล่อยลงในแหล่งน้ำ นอกจากนี้สารละลายกรดยังทำลายพื้นบ้านที่เป็นหินปูน ทำให้พื้นบ้านชำรุด ดังนั้นการใช้สารละลายกรดจึงต้องใช้ให้ถูกวิธี และอ่านคำแนะนำให้เข้าใจก่อนนำไปใช้
ผักที่มีน้ำตาล 3-5 เปอร์เซ็นต์ มะเขือ น้ำเต้า ใบตังโอ๋ ผักกาดขาว ผักกระเฉด แตงกวา บวบ ผักโขม ผักบุ้ง หน่อไม้ หัวผักกาดขาว ฟักเขียว ผักกาดหอม ผักบุ้งจีน ยอดฟักทอง เห็ดบัว แตงร้าน ผักตำลึง ผักกาดขาวปลี ขึ้นฉ่าย มะระ ถั่วงอก ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า กุยช่าย สายบัว ชะอม ดอกหอม กะหล่ำปลี
ผักที่มีน้ำตาล 5-10 เปอร์เซ็นต์ ฝักถั่วลันเตา ใบชะพลู ต้นหอม ดอกกะหล่ำ ถั่วแขก ผักโขม หอมใหญ่ ใบทองหลาง ดอกโสน ถั่วพู มะรุม ดอกแค ขิง หน่อไม้ ข้าวโพดอ่อน หัวปลี กระเจี๊ยบ มะละกอดิบ ใบกระถิน ยอดและฝักอ่อนกระถิน
ผักที่มีน้ำตาล 15-20 เปอร์เซ็นต์ ดอกขี้เหล็ก เมล็ดถั่วลันเตา ใบมะขามอ่อน ใบย่านาง ผักหวาน ลูกเนียง มันฝรั่ง
ผักที่มีน้ำตาล 20-30 เปอร์เซ็นต์ กระจับ กลอย เผือก มันเทศ ใบขี้เหล็ก แห้วจีน
รายการอาหาร
จำนวน
แคลอรี่
ลูกเกด (15 กรัม)
2 ช้อนโต๊ะ
40
มะขามหวาน (15 กรัม)
1 ฝักใหญ่
กล้วยไข่สุก (30 กรัม)
1 ผลกลาง
กล้วยหอมสุก (30 กรัม)(กลาง)
1/2 ผล
กล้วยน้ำว้า (40 กรัม)
1 ผลเล็ก
ทุเรียน (35 กรัม)(เม็ดกลาง)
1/2 เม็ด
พุทราไทย (50 กรัม)(เม็ดกลาง)
3-4 ผล
พุทราแอปเปิ้ล (100 กรัม)
3 ผลใหญ่
น้อยหน่า (50 กรัม)(ผลกลาง)
เงาะ (60-65 กรัม)
3 ผลกลาง
ลิ้นจี่ (60 กรัม)
มะม่วงสุก (60 กรัม)(ผลกลาง)
แตงไทย (350 กรัม)
12-15 ชิ้น
แคนตาลูป (250 กรัม)
1 ชิ้น
ลำไย (40 กรัม)(ผลกลาง)
แอปเปิ้ล (65 กรัม)
มังคุด (65 กรัม)
ลางสาด (75 กรัม)
7-10 ผล
องุ่น (75 กรัม)
12 ผล
ฝรั่งกลมสาลี่ (120 กรัม)
1/2 ผลกลาง
ละมุด (50 กรัม)
เท่าไข่ไก่
สับปะรด (85 กรัม)
มะละกอ (90 กรัมป
ส้มเขียวหวาน (100 กรัม)
1 ผลใหญ่
ส้มโอ (100 กรัม)(ขนาดกลาง)
2 กลีบ
แตงโม (250 กรัม)
สาลี่
1 ผล
เพื่อนๆ เคยพบปัญหานี้หรือไม่ เวลาจะนำมะขามสดมาแช่อิ่มหรือดอง กว่าจะแกะเปลือกของมันออกมาได้ ก็ยุ่งยากและใช้เวลานาน บางครั้งก็มีเนื้อมะขามติดออกมาด้วย ทำให้ฝักมะขามดูไม่สวยงาม วันนี้ผมก็มีเคล็ดลับในการปลอกเปลือกมะขามสดให้ง่ายขึ้นมาฝาก ก่อนอื่นให้เพื่อนๆ ลวกด้วยน้ำร้อนให้ทั่วทั้งฝักประมาณ 2 นาที จากนั้นให้นำมาแช่น้ำเย็นอีก 1 นาทีแล้วจึงเอาขึ้น ค่อยๆ ใช้ปลายมีดลอกเปลือกมะขามออก เปลือกจะออกอย่างง่ายดาย เนื้อไม่หลุดติดออกมาอย่างแน่นอน
ลักษณะของผู้ที่ถูกขนานนามว่า มะขามข้อเดียว หมายถึงผู้ที่มีลักษณะดังนี้ครับ คือ คอจะสั้นสักหน่อย บ่ากว้าง ขนาดเอว สะโพกจะกว้าง จริงอยู่ที่เขาเหล่านี้ไม่ใช่คนอ้วน เพียงแต่ว่าเมื่อมองทางด้านหน้าแล้ว ขนาดของหน้าท้องและเอวจะกางออกทางด้านข้างมาก การแก้ด้วยวิธีอดอาหาร ผลออกมาก็คือ แขนขาลีบเล็กลง และแม้ว่าเอวจะเล็กลงด้วย แต่เมื่อเทียบแบบสัดส่วนแล้ว ก็ยังถูกเรียกว่ามะขามข้อเดียวอยู่ดี อีกทั้งจะหงุดหงิดบ่อยๆ เพราะใช้วิธีอดอาหารซึ่งไม่ใช่วิธีธรรมชาติเลย จะต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และไม่ควรเน้นเล่นกล้ามหน้าท้องมากเกินไป อย่าอดอาหารเด็ดขาด เพราะจะสร้างความกดดัน และจะเบื่อเอาง่ายๆ วิธีที่ถูกคือ ให้แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อยๆหลายมื้อ (เช่น 5 - 6 มื้อ) แต่ละมื้อให้ทานน้อยๆ เพื่อไม่ให้เกิดความหิว บางมื้ออาจจะเป็นผลไม้สัก 4 - 5 ชิ้นก็เพียงพอแล้ว จำไว้ว่าอย่าเป็นคนเก็บกดด้วยการอดอาหาร เพราะถ้าคุณทนไม่ได้เมื่อไรละก็ คุณจะกลับไปทานมากกว่าเดิมเสียอีก