เริ่มต้นการปลูกมะขามยักษ์
ควรปลูกมะขามช่วงก่อนหน้าฝน หลังสงกรานต์ลงปลูกได้เลย พอปลูกไปไม่ช้าฝนมาก็จะช่วยในเรื่องการรดน้ำต้นไม้ได้เป็นอย่างดี ล่าสุดไม่ควรปลูกมะขามหลังเดือนตุลาคมไปแล้ว เพราะเป็นช่วงที่หมดฝนลมหนาวเริ่มมา พอหมดหนาวก็เข้าหน้าแล้ง หากจะปลูกแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ก็ยังไม่ควรลงปลูก จะไปปลูกก็ตอนต้นฝนนั่นแหละ
ขั้นตอนที่ 1 - เริ่มจากตีหลุมลึก 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างแถวและต่อต้น 8×8 เมตร 1 ไร่ ปลูกได้ 25 ต้น ตามมาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ขั้นตอนที่ 2 - ตีหลุมปลูกเสร็จจะรองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต ประมาณ 1 กระป๋องนม ยิ่งดีใหญ่ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ใช้ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก รองก็ได้ หรือไม่รองก็ได้ ไม่แนะนำให้ใช้ปุ๋ยสูตร เพราะราคาแพงมาก ถึงอย่างไรมะขามก็โตอยู่ดี
การดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว
ปีที่ 1 ที่เริ่มปลูก - คอยดูแลบ้าง รดน้ำ 2-3 วันครั้ง ใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ปีละครั้ง ตามด้วย พด.1 เพื่อช่วยให้ย่อยสลายปุ๋ยได้ดีขึ้น แต่ถ้าเกษตรกรจะทำปุ๋ยหมักชีวภาพใส่ก็ยิ่งดีใหญ่ ช่วงหน้าฝนใส่เดือนละครั้ง จะทำให้มะขามเจริญเติบโตรวดเร็วมาก
ปีที่ 1 กลางปีจนถึงปีที่ 2 - เริ่มให้ผลผลิตออกมาบ้างแล้ว
ปีที่ 3 ถึงปีที่ 4 - จะให้ผลผลิตเต็มที่ แต่ถ้าใช้มะขามที่ผมทาบกิ่งเอาไปปลูก จะติดผลเร็วขึ้นมาอีก ลงปลูกไปปีครึ่งถึง 2 ปี ก็ให้ผลผลิตแล้ว ถ้าถามว่า ทำไมมะขามจึงให้ผลผลิตเร็ว ตรงนี้ถือว่าเป็นเทคนิคพิเศษของครูนิเวช สามารถทำกิ่งทาบให้ติดผลเร็วขึ้นได้ เรียกว่าปลูกไปเกือบ 2 ปี จะได้ผลผลิตมะขามติดฝักแล้วประมาณ 30% แต่จุดคุ้มทุนจะไปอยู่ที่ปีที่ 3-4
ข้อสังเกตุ - ตามธรรมชาติมะขามจะติดดอกต้นฝน เลี้ยงฝักหน้าฝนและฝักจะแก่เมื่อหมดฝน ฉะนั้น ให้สังเกตช่วงหน้าแล้งราวเดือนมีนาคม หากมะขามยังมีใบดกงามทั้งต้นมะขามไม่ยอมทิ้งใบ ในปีนั้นมะขามจะไม่ติดดอกและก็ไม่มีฝักให้เก็บเกี่ยวในปีต่อไป แต่ถ้าปีไหนช่วงเดือนมีนาคมมะขามทิ้งใบแทบหมดต้น ปีนั้นจะได้ผลผลิตมะขามดกมากๆ
เพราะฉะนั้นช่วงเดือนมีนาคมถ้ามะขามยังเฝือใบอยู่ ต้องงดการให้น้ำเด็ดขาดเพื่อให้ต้นทิ้งใบ หากต้นไม่ทิ้งใบปีนั้นก็จะไม่ติดฝัก ถ้างดให้น้ำแล้วต้นยังไม่ทิ้งใบอีกให้ฉีดยาให้ใบร่วง จะใช้เอฟทีฟ่อน หรือ ปุ๋ยตัวกลางสูตรเข้มข้นใส่ก็ได้เพื่อให้ใบร่วง หรือใช้โพแทสเซียมคลอไรด์ก็ได้ จะทำให้ใบร่วง พอใบร่วงให้รดน้ำ มะขามจะแทงยอดใหม่ออกมาประมาณ 45-50 วัน ต้นมะขามก็จะติดดอกให้เห็น
การป้องกันกำจัดศัตรูพืชให้ต้นมะขาม
ระยะแตกใบอ่อน ให้ป้องกันโรคราแป้งโดยฉีดพ่นสารเบนโนมิล และป้องกันแมลงกินใบ เช่น ด้วงปีกแข็ง หนอนบุ้ง หนอนกระทู้ หนอนมังกร โดยฉีดพ่นสารโมโนโครโตฟอส
ระยะติดฝัก ให้ป้องกันราดำ โดยฉีดพ่นด้วยสารคาร์เบนดาซิม หรือแมนโคเซ็น และป้องกันหนอนเจาะฝัก โดยการฉีดพ่นสารโมโนโครโตฟอส และด้วงเจาะฝักมะขามให้ป้องกันโดยการอบไอน้ำหรืออบแห้ง
วิธีการปลูกต้นมะขาม
ระยะเวลาในการปลูกต้นมะขาม
จำนวนต้นมะขาม/ไร่
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ใบมะขาม ใบ (Leaves) มะขามหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดใบประกอบ (compound leaves) ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate) มีความยาวประมาณ 10 - 16 ซม. ประกอบด้วยใบย่อยเล็ก ๆ รูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong) ขนาด 1 - 2.5 x 0.5 - 1.0 ซม. เรียงตัวติดก้านใบใหญ่แบบตรงข้าม (opposite) มีจำนวนใบย่อยประมาณ 10 - 17 คู่
มะขามเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะต้นเป็นพุ่มรูปวงกลมขนาดใหญ่ ทรงพุ่มอาจจะแผ่กว้างถึง 20 เมตร ให้ร่มเงาหนาทึบ ลำต้นสูงประมาณ 60 ฟุต เปลือกสีน้ำตาลอ่อนแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็ก ๆ ใบจะเรียงตัวแบบสลับ ความยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ใบย่อยจะเรียงตัวเป็นคู่ ประมาณ 10-20 คู่ เมื่อใบแก่จะสลับใบทิ้งแล้วแตกใบอ่อนขึ้นมาแทนในราวเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน หลังจากนั้นตาดอกจะเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งและช่อดอกที่สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ดอกจะบานในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ดอกมะขามเป็นช่อเล็ก ๆ อยู่ปลายกิ่ง มีประมาณ 10-15 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ช่อดอกยาว 5-10 เซนติเมตร กลีบรองมีสีเหลืองอ่อนค่อนข้างหนามีทั้งหมด 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพูปนขาวอยู่ภายในมี 3 กลับ กลุ่มเกสรตัวผู้รูปร่างเป็นหลอด ส่วนเกสรตัวเมียมี 3 กะเปาะ แต่ละกะเปาะมีอับเรณูบรรจุอยู่ ฝักหรือผลมะขามมีความยาวตั้งแต่ 7.5-20 เซนติเมตร แต่ละข้อจะคอดเล็กน้อย มีเมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปค่อนข้างกลมห่อหุ้มด้วยเนื้อสีน้ำตาล คุณภาพของเนื้อที่ดีจะต้องไม่มีเปลือก ใบ และสิ่งเจือปน มีความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ กรด 10-13 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 10-30 เปอร์เซ็นต์ และสารละลายอื่น ๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณกรดและน้ำตาลในฝักมะขามอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลรักษาและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
มะขามหวานเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืน แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมแน่น ลำต้นเหนียวหักโคนยาก และรากลึก ทนแล้งเป็นไม้ผลกึ่งเขียวตลอดปี (Semi-evergreen) แต่จะค่อย ๆ สลัดใบแก่ในฤดูร้อน ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน พร้อมกันนั้นก็จะผลิใบใหม่ขึ้นมาแทน เมื่อใบเริ่มแก่ก็จะออกดอก คือประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม ติดฝักอ่อนพอมองเห็นได้ราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและฝักจะแก่เก็บได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ ปริมาณของฝนและความชื้น
การดูแลมะขามหวาน อายุ 1-2 ปี ควรใส่ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหมัก 30-50 กก./ต้น/ปี หรือใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 12-24-12 อัตรา 450 กรัม/ต้น/ปี แบ่งใส่ 3 ครั้ง ๆ ละ 100,150 และ 200 กรัมตามลำดับ อายุ 3-5 ปี หรือติดผลแล้วควรใส่ปุ๋ยผสมที่มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมสูง เช่นสูตร 12-12-17, 13-13-21 หรือ 14-14-14 อัตราที่ใส่ปีละครึ่งหนึ่งของอายุต้นมะขาม โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือช่วงต้นฤดูฝนและปลายฤดูฝน หว่านให้สม่ำเสมอรอบบริเวณทรงพุ่ม ห่างจากโคนต้นประมาณ 30 ซม. แล้วพรวนดินกลบ อายุเกิน 6 ปีขึ้นไป หรือมะขามติดผลเต็มที่แล้วให้ใส่ปุ๋ยดังนี้