มะขาม.com - Tamarind Blog

14
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

     นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนา “เครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น” ประสิทธิภาพเยี่ยมสำเร็จ กำลังการผลิตสูง อายุการใช้งานนาน ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก บี.บี. ฟูด ประเดิมเป็นรายแรก เตรียมผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงส่งออกยุโรปและอเมริกา

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แถลงความสำเร็จในการพัฒนา “เครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น” ที่ปรับปรุงใหม่จนมีประสิทธิภาพการใช้งานดีเยี่ยม พร้อมส่งมอบต่อให้เอกชนไทยรายแรกเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 7 ก.พ.51 โดยนักวิจัยเตรียมพัฒนาต่อให้สามารถใช้งานได้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อรองรับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทย

     นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ นักวิชาการฝ่ายเทคโนโลยีการอาหารของ วว. เปิดเผยว่า มะขามเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้กันแพร่หลายและใช้มานานแล้ว หรือเป็นส่วนผสมในซอสปรุงรสต่างๆ แต่น้ำมะขามพร้อมปรุงสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะการผลิตยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก หรือใช้เครื่องจักรที่ผิดประเภท เช่น นำเครื่องคั้นน้ำกะทิมาใช้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน มีการปนเปื้อนสูง และอายุการเก็บรักษาสั้นลง จึงเป็นที่มาของการคิดค้นเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2547

     ในตอนแรกสร้างเป็นเครื่องแยกกากน้ำมะขามก่อน ซึ่งมีเอกชนหลายรายนำไปใช้บ้างแล้ว แต่ก็พัฒนาปรับปรุงเรื่อยมาจนเป็นเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นที่สมบูรณ์แบบ ทำจากสแตนเลสเกรดที่ใช้กับงานด้านอาหาร มีระบบการกรอง 2 ชั้น ทั้งกรองหยาบและกรองละเอียด กำลังการผลิต 600 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังทำความสะอาดง่าย ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี แต่อาจต้องเปลี่ยนอะไหล่บ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

     ขั้นตอนการทำงานของเครื่อง เริ่มตั้งแต่นำน้ำมะขามที่ละลายและกวนผสมกับน้ำร้อนใส่ถังป้อนวัตถุดิบ น้ำมะขามจะไหลผ่านไปยังชุดกรองหยาบ ส่วนที่ไม่ผ่านตะแกรงกรองก็จะถูกกวาดออกมาด้านนอกเครื่อง น้ำมะขามก็จะผ่านต่อไปยังชุดกรองละเอียด และออกไปยังภาชนะรองรับในขั้นสุดท้าย เพื่อนำไปฆ่าเชื้อและใส่ยรรจุภัณฑ์ต่อไป

     นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า แต่เดิมน้ำมะขามพร้อมปรุงที่ส่งออกไปยังต่างประเทศมักถูกส่งกลับ เพราะไม่ผ่านการตรวจสอบการปนเปื้อน เช่น มีเศษของเปลือกและเม็ดติดไปด้วย แต่น้ำมะขามที่ผ่านการกรองจากเครื่องนี้ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่มีกาก เปลือก และเม็ดปนเปื้อน สะอาด ถูกสุขลักษณะ และสามารถปรับเปลี่ยนความเข้มข้นของน้ำมะขามได้ตามความเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้มะขามต่อน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 2 ทั้งยังนำไปใช้ผลิตเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่มได้ด้วย ซึ่งนักวิจัยบอกว่าจะพัฒนาต่อให้สามารถใช้ได้กับวัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น องุ่น มะม่วง มะเขือเทศ และลองกอง เป็นต้น

     สำหรับเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นเครื่องแรกนี้ บริษัท บี.บี. ฟูด โปรดิวซ์ จำกัด เป็นเอกชนรายแรกที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป

     ทั้งนี้นายวุฒิชัย พรอารักษ์ กรรมการบริหารของบริษัท เผยว่า ทางบริษัทผลิตน้ำซอสปรุงรสและผลิตภัณฑ์ปรุงรสส่งออกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงมาก่อน ทว่ามีลูกค้าถามถึงผลิตภัณฑ์น้ำมะขามพร้อมปรุงเข้ามาด้วย จึงสนใจเพิ่มผลิตภัณฑ์นี้เข้าไปด้วย ซึ่งในตอนแรกจะรับผลิตและส่งออกตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งในประเทศที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วเป็นหลัก

     ส่วนผู้ที่สนใจเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. โทร. 0-2577-9000, 0-2577-9133 ในวันและเวลาราชการ หรืออีเมล์ tistr@tistr.or.th


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

ตลาดมะขามเปรี้ยว

                มะขามเปรี้ยวเป็นพืชที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร ยา และเครื่องใช้ในครัวเรือน และยังทำเป็นในรูปอุตสาหกรรมได้อีก เช่นโรงงานน้ำพริก เครื่องปรุงน้ำพริกมะขามเปียกสำเร็จรูป สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ เครื่องสำอาง ไวน์ แยม ซอสมะขาม ลูกอม เครื่องดื่ม ชามะขาม เยลลี่ ยาระบาย ยาลูกกกลอน
                ฉะนั้น ในขณะนี้ตลาดสำหรับมะขามเปรี้ยวถือว่ากว้างมากเหมาะสำหรับเป็นไม้ผลในการแปรรูปเป็นระบบอุตสาหกรรม และยังมีตลาดสำหรับการส่งออกอีกเป็นจำนวนมากจะเป็นในรูปมะขามเปียกแกะเปลือกแกะเมล็ด และตอนนี้มะขามแช่อิ่มที่ส่งไปในตลาดที่ญี่ปุ่นก็มีราคาสูงมาก
 

หมายเหตุ            
           ราคาการซื้อขายจะขึ้นลงตามฤดูการ  คุณภาพ  สถานการณ์ราคาตลาดกลาง   
           มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลที่สามารถนำไปแปรรูปในอุตสาหกรรมได้มากมาย เก็บขายได้ตั้งแต่
                           - ยอดอ่อน            ใช้ทำอาหาร
                           - ฝักอ่อน              ทำน้ำพริก
                           - ฝักดิบ                เข้าโรงดองหรือแช่อิ่ม
                           - ฝักแก่                มะขามเปียก
                           - เม็ดมะขาม          เข้าโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดีมะขามเปรี้ยวยักษ์
            1. ต้นทุนการผลิตต่ำ
            2. สุกแล้วไม่จำเป็นต้องรีบขาย
            3. สามารถแปรรูปได้มากมาย
            4. ส่งออกไปขายต่างประเทศได้
            5. ดูแลรักษาง่าย


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
11
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

     น.ส.สุพัตรา  ธนเสนีวัฒน์  อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  เปิดเผยผลการเจรจาธุรกิจระหว่างสหกรณ์ผู้ผลิตสินค้ากับบริษัทเอกชนที่ดำเนินธุรกิจในด้านการส่งออกว่า บริษัท Vanguard Inc ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจในการนำเข้าสินค้าที่มีชื่อเสียงของสหรัฐ ตัดสินใจสั่งซื้อมะขามหวานกับสหกรณ์การเกษตรภูมิไทยหล่มเก่า จำกัด จ.เพชรบูรณ์ ปริมาณ 300 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่า 16.5 ล้านบาท เพื่อดำเนินการส่งออกไปตลาดในประเทศอินโดนีเซียและฮ่องกง

     นอกจากนี้ ทางบริษัท Vanguard  Inc ได้เชิญสถาบันเกษตรกรไปเจรจากับทางบริษัทอีกครั้งเพื่อหาข้อตกลงการทำธุรกิจร่วมกันที่ชัดเจน   อีกทั้งยังได้สั่งจองผลไม้จากสหกรณ์การเกษตร ขลุง จำกัด  จ.จันทบุรี ทั้งหมด 500 ตัน แบ่งเป็น มังคุด จำนวน 10 ตู้คอนเทรนเนอร์ เงาะ จำนวน 5 ตู้คอนเทรนเนอร์ และทุเรียน จำนวน 5 ตู้คอนเทรนเนอร์ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 10 ล้านบาท  อย่างไรก็ตาม  บริษัท Vanguard  Inc ซึ่งเป็นผู้นำเข้าผลไม้ในกลุ่มตลาดเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป บริษัท เดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายอาหารสดและอาหารแปรรูป ภายในประเทศ และบริษัท นารายณ์ภัณฑ์ จำกัด ผู้จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมและอาหารแปรรูป ในกลุ่มตลาดต่างประเทศแถบเอเชียและยุโรป ได้ให้คำแนะนำแก่สหกรณ์ได้เร่งปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และให้นำผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการพัฒนาแล้วมาเสนอขายให้กับทางบริษัทใหม่อีกครั้ง  

     อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมการเจรจาธุรกิจและการจัดให้มีเวทีวิจารณ์สินค้าของสหกรณ์ในครั้งนี้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่สหกรณ์อย่างมาก ซึ่งสามารถนำกลับไปพัฒนาสินค้าให้ได้มาตรฐานและตรงกับรสนิยมของผู้บริโภคต่อไป
ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า วันที่ 23 มีนาคม 2550


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
4
มี.ค.

 ”ครีมพอกหน้ามะขาม” สร้างเงินจากก้นครัวสู่สปา

     การนำเอาพืช ผัก สมุนไพรต่าง ๆ ที่เหลือจากการบริโภค เช่น แตงกวา, ว่านหางจระเข้, มะกรูด ฯลฯ  มาแปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อใช้ภายในครอบครัว เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และอาจสามารถขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่งได้ด้วย วันนี้ทีมงาน “ช่องทางทำกิน” ขอนำเสนอการทำ “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” ซึ่งเป็นการนำเอาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาสู่การเป็นผลิตภัณฑ์
 
     กัญญาลักษณ์ ตระกูลชีวะพานิตต์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัว เจ้าของผลิตภัณฑ์ตัวนี้ เล่าให้ฟังถึงที่มาของกลุ่มว่า ได้มีการก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 ในช่วงยุคเศรษฐกิจของประเทศตกต่ำอย่างหนัก โดยเริ่มรวมกลุ่มสมาชิก 10 คนด้วยเงินทุนส่วนตัว และเงินสนับสนุนจากกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม (ในสมัยนี้)

     เริ่มแรกสินค้าของกลุ่มก็จะมี แชมพู-ครีมนวด, ลอดช่องสิงคโปร์สมุนไพรอบแห้ง และสบู่ก้อนใยบวบ-สบู่เหลวสมุนไพร จากดอกอัญชัน ว่านหางจระเข้ ขมิ้น เป็นต้น จนสามารถสร้างเศรษฐกิจในชุมชนให้เข้มแข็งในระดับรากหญ้าได้ระดับหนึ่ง และปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัวมีสมาชิกประมาณ 30 คน แต่ละคนมีรายได้เฉลี่ยคนละ 3,000-5,000 บาท/เดือน 

     “ผลิตภัณฑ์ของทางกลุ่มจะเน้นสมุนไพรเป็นหลัก ทั้งทานได้และไม่ได้ แต่มีคุณประโยชน์มาก ไม่ใช่ทั้งอาหารและไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นประเภทของใช้ ยิ่งกระแสใช้สารเคมีครีมหน้าขาวมีปัญหา จึงเกิดไอเดียจากภูมิปัญญาท้องถิ่น เพราะในมะขามมีสาร AHA ซึ่งเป็นกรดผลไม้ที่มีอยู่ทั่วไปในพืชตระกูลส้ม มีคุณสมบัติในการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้ผลัดออกเร็วยิ่งขึ้น ทำให้เกิดความชุ่มชื้นนุ่มนวลแก่ผิว ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ลดสิวฝ้าจุดด่างดำ  ทำให้ผิวหน้า-ผิวกายเรียบเนียนขึ้น และรูขุมขนกระชับ ที่สำคัญไม่มีสารเคมี ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวเลย” คุณกัญญาลักษณ์กล่าวถึงผลิตภัณฑ์  โดยเฉพาะ “ครีมมะขามสมุนไพร”

     ครีมมะขามสมุนไพรนี้ ทำการศึกษา-ฝึกอบรมจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำมาพัฒนาปรับปรุงจนอยู่ตัว ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก ทางกลุ่มทำส่งร้าน “สปา” ในกรุงเทพฯหลายแห่ง  
 
     ในการทำนั้น วัตถุดิบหรือส่วนผสม ที่ต้องใช้ก็มี… มะขามเปียกแกะเม็ดแล้ว 1 กก., น้ำผึ้งรวงแท้ 100 กรัม, นมสด 1,000 ซีซี, ขมิ้นชันผง 1 ช้อนโต๊ะ, ทานาคา 1/2 ช้อนโต๊ะ
 
     อุปกรณ์…เตาแก๊ส, หม้อตุ๋นสเตนเลส, ถาด, ไม้พายพลาสติกประมาณ 5-6 อัน, ถังพลาสติก, กะละมัง, กระชอน, ช้อนตวง, ถุงมือ และภาชนะบรรจุ ส่วนอุปกรณ์อย่างอื่นสามารถหยิบฉวยได้จากในครัว
  
ขั้นตอนการทำ “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” เริ่มจากนำมะขามเปียกค้างปีที่คัดเตรียมไว้ 1 กก.ใส่ลงถาด กระจายให้ทั่ว ใช้มือดึงใย และแกะเอาเม็ดมะขามเปียกออกให้หมด 
 
     นำมะขามเปียกที่ดึงใย และแกะเอาเม็ดออกหมดแล้วมาล้างน้ำ  ใส่ภาชนะทิ้งไว้สักครู่ แล้วจึงทำการยีมะขามเปียกในกระชอน จนได้เนื้อมะขาม  
 
     ใส่นมสดที่เตรียมไว้ลงในเนื้อมะขาม ใช้ไม้พายคนให้ทั่ว แล้วแช่ทิ้งไว้ 2-3 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปตุ๋นด้วยไฟอ่อน ๆ จนเนื้อมะขามนุ่ม (นมทำให้เนื้อมะขามอ่อนตัวลง และยังมีคุณสมบัติบำรุงผิว)
 
     จากนั้น นำน้ำผึ้ง ทานาคา และขมิ้นชัน ผสมใส่ลงไปในเนื้อมะขามเปียก  คลุกเคล้าให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำส่วนผสมที่ได้ไปนึ่งอีกครั้ง นึ่งนานประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อฆ่าเชื้อโรค และช่วยให้เก็บไว้ได้นานขึ้น เท่านี้ก็จะได้ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า
สำหรับวิธีใช้ คุณกัญญาลักษณ์บอกว่า ล้างหน้าหรือผิวกายให้สะอาด เช็ดให้แห้ง แล้วจึงนำครีมมะขามสมุนไพรทาให้ทั่วใบหน้าหรือผิวกาย ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที จนแห้ง แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำสะอาด

     ตามสูตรที่ให้มาข้างต้นสามารถผลิตครีมมะขามสมุนไพรได้  1,400 กรัม (1.4 กก.) ใส่กระปุกบรรจุขนาด 100 กรัม ได้ 14 กระปุก ถ้าเป็นขนาด 200 กรัม ก็ได้ 7 กระปุก

     ขนาด 100 กรัม ราคาจำหน่ายกระปุกละ  99 บาท ส่วนขนาด 200 กรัม ราคากระปุกละ 199 บาท หรือถ้าซื้อเป็นกิโลฯ ก็จำหน่ายในราคา 350 บาท/กก.

     ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนสายบัวมีแนวคิดจัดทำผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพิ่มขึ้นอีก ส่วน “ครีมมะขามสมุนไพรพอกหน้า” ใครสนใจก็ลองไปดูกัน หรือติดต่อคุณกัญญาลักษณ์ได้ที่ เลขที่ 8/8 หมู่ 5 รามอินทรา 76 แขวง-เขตคันนายาว กรุงเทพฯ 10230 โทร. 0-1319-7292, 0-2517-2519.


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
2
มี.ค.

         ในอดีตมนุษย์ยังไม่มีเครื่องประทินผิว หรือเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาจากโรงงานมากมายเหมือนปัจจุบัน แต่ก็รู้จักนำเอา พืช ผัก สมุนไพร หรือชิ้นส่วนของสัตว์บางชนิดนำมาใช้เพื่อความสวยงามกันมานานแล้ว
          พอมาในยุคนี้ ยุคที่ผู้คนหันมา ใส่ใจสุขภาพ ปฎิเสธสารเคมี สารพิษ และมลพิษต่าง ๆ ก็กลับมาจับเอาสมุนไพรใช้กันอย่างแพร่หลาย กระทั่งโรงพยาบาลหลายแห่งอย่างเช่น โรงพยาบาลอภัยภูเบศร์ จ.ปราจีนบุรี หรือโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จ.นนทบุรี ก็มีชื่อเสียง     ในเรื่องของการผลิตยาจากสมุนไพร
          สูตรการผลิต  ครีมล้างหน้ามะขาม  มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งเธอทั้งสองบอกว่านำมาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง
          มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ เนื้อมะขาม 69% นมสด 15% ขมิ้นชันผง 1% น้ำผึ้ง 25%
          วิธีทำเลือกใช้มะขามที่ไม่ค้างปีลอกกาบและแกะเมล็ดเรียบร้อย เนื้อมะขามต้องแห้ง นำมาใส่น้ำให้พอท่วมเนื้อมะขาม ต้มจนน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นและให้มะขามอมน้ำให้ชุ่ม พอเย็นดีแล้ว ใช้ตะแกรงตาถี่รองเทเนื้อมะขามพร้อมกับนวดให้เนื้อมะขามไหลลงในภาชนะข้างล่าง
          ส่วนขมิ้นชันให้ใช้แบบผง นมสดใช้นม สเตอริไรซ์จะเก็บได้นาน  น้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์
          จากนั้นชั่งส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรแล้วนำมาใส่รวมกันในหม้อสเตนเลส นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น จึงยกลงรอให้เย็นแล้วบรรจุได้ สำหรับที่นี่บรรจุหลอดพลาสติก 20 กรัมขาย 25 บาท หลอดใหญ่ 90 กรัม 100 บาท
          วิธีใช้หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว
          ซึ่งสูตรนี้เภสัชกรยืนยันว่าไม่มีผลข้างเคียงเพราะว่าส่วนผสมทั้งหมดล้วนมาจากธรรมชาติทั้งสิ้น นอกจากบุคคลที่มีผิวหนังบางมาก ไม่แนะนำให้ใช้ เพราะว่า AHA จะทำให้เกิดอาการแสบและคัน
          นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นคือ ครีมบำรุงแตงกวา  ยาหม่องเสลดพังพอน ยาอมบ้วนปากใบฝรั่ง แชมพูครีมนวดผมดอกอัญชัน และน้ำยาล้างจาน
          สนใจจะไปดูกรรมวิธีการผลิตหรือซื้อผลิตภัณฑ์ติดต่อไปได้ที่ งานผลิตยา     โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า 206 ถนน นนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000 โทร. 0-2527-0246 ต่อ 7501,7503
          ส่วนอีกสูตรนั้นเป็นของกลุ่มแม่บ้านบ้านใหม่เหนือ หมู่ที่ 2 ต.หนองล่ม อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา ซึ่งกลุ่มแม่บ้านกลุ่มนี้ได้ยื่นขอสนับสนุนสินเชื่อในลักษณะของวิสาหกิจชุมชน จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาดอกคำใต้
          ป้าแสงดี เผ่ากันทะ  ประธานกลุ่ม เล่าความเป็นมาว่า แต่ก่อนนั้นแปรรูปหน่อไม้ปี๊บและเห็ดถอบกระป๋อง ต่อมาเมื่อปี 2543 บุตรสาวซึ่งเป็นเภสัชกรได้เข้ารับการอบรมเรื่องการทำครีมล้างหน้ามะขามที่กรุงเทพฯ และนำมาถ่ายทอดให้ตน
          ป้าสนใจเพราะวัตถุดิบล้วนเป็นธรรมชาติแล้วบ้านเราก็มีทั้งหมดเลย ตอนแรกก็ลองผิดลองถูก แล้วก็ปรับปรุงมาเรื่อย
          ณิชากร พิมยศ  ผู้จัดการ ธ.ก.ส.สาขาดอกคำใต้ เป็นพรีเซ็นเตอร์ให้ ไปป่าวประกาศขายร่วมกับลูกสาวของป้าแสงดีเป็นฝ่ายการตลาด บวกกับได้มาออกร้านในงาน ธ.ก.ส. ที่กรุงเทพฯ เมื่อปีที่แล้ว ทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไป แถมผู้ใช้แล้วยังบอกปากต่อปากกันไปอีกต่างหาก
          วิธีการผลิตนั้นล้วนนำวัสดุอุปกรณ์ที่มีอยู่นำมาปรับปรุงใช้
          สูตรนี้จะประกอบไปด้วย เนื้อมะขาม เนื้อว่านหางจระเข้ ขมิ้นชันผง นมสด น้ำผึ้ง
          เนื้อว่านหางจระเข้ปอกเอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กเข้าเครื่องบดอาหารขนาดเล็กให้ละเอียด นมนั้นใช้นมวัวสด
          เริ่มจากการซื้อมะขามเปรี้ยวแบบแกะเมล็ดเรียบร้อยแล้ว รับซื้อที่ กก. ละ 6-10 บาท ขณะนี้ซื้อมะขามมากักตุนไว้ใช้นอกฤดู โดยเก็บในห้องเย็น
          ได้มะขามแล้วนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน แล้วเข้าเครื่องบดให้เละ ซึ่งกลุ่มแม่บ้านเขาใช้เครื่องซักผ้าค่ะ แล้วเขาใส่น้ำลงไปปั่นไปมาเนื้อมะขามจะละลายเข้ากับน้ำ แล้วก็เปิดน้ำออกเอาน้ำมะขามนั้นมากรองอีกครั้ง ส่วนเนื้อมะขามที่อยู่ในเครื่องก็นำเข้าถังปั่นแห้งจะได้น้ำมะขามออกมาอีก
          นำน้ำมะขามมาเคี่ยวในกระทะที่ 1 ให้น้ำมะขามงวด แล้วใส่ในกระทะที่ 2 ใส่นมสดลงไปเคี่ยวให้แตกมัน แล้วตามด้วยส่วนผสมที่เหลือ และเคี่ยวให้เหนียวข้น จึงยกลงทิ้งไว้ให้เย็นแล้วบรรจุใส่ภาชนะได้
          แม่บ้านเขาบรรจุกระปุกพลาสติกขนาดเดียวโดยขายส่งโหลละ 120 บาท ขายปลีก 180 บาท ตกราคาขายปลีกกระปุกละ 15 บาท ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 9-12 บาท
          ที่กลุ่มแม่บ้านนี้เขาใช้กระทะใบบัวสำหรับกวนมะขามเกือบ 10 ใบ เพราะว่าวันหนึ่ง ๆ มีการซื้อมากถึง 70-100 โหล ซึ่งกลุ่มแม่บ้านจะต้องผลิตให้ได้วันละ 150 โหล โดยใช้เนื้อมะขามถึงวันละ 300 กว่ากิโลกรัม ซึ่งต้องใช้แรงงานอย่างน้อยวันละ 10 คน ถ้ามีสินค้าในสต๊อกมากพอแล้วก็จะมีวันหยุดพักผ่อนกันบ้าง
          เพราะต้องใช้กระทะมากขนาดนั้นจึงต้องใช้เตาเป็นจำนวนมาก แม่บ้านจึงใช้เตาฟืน บางครั้งก็นำซังข้าวโพดมาเป็นเชื้อเพลิง เป็นการนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์
          นอกจากนี้ยังทำขมิ้นผงผสมนมผงสำหรับพอกหน้าอีกด้วย
          สนใจอยากจะซื้อ หรือทดลอง หรือจะไปดูงานก็ติดต่อได้ที่ ป้าแสงดี โทร. 0-5405-7138,0-1952-8853


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
28
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

แนะนำแนวทางการประกอบอาชิพผลิตสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์ เขียงไม้มะขาม

รายละเอียดผลิตภัณฑ์
เขียงไม้มะขามเป็นเขียงไม้เนื้อละเอียด เนื้อไม่ล่อนติดกับอาหาร มีทั้งชนิดกลมและสี่เหลี่ยมขนาด เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 –24 นิ้ว และสี่เหลี่ยมขนาด 5 - 20 นิ้ว 

วัตถุดิบที่ใช้
ไม้มะขามขนาดต่าง ๆ

กระบวนการผลิต
ผ่าไม้มะขามขนาดหน้าตัดตามต้องการ ปอกเปลือก กลึงให้กลมด้วยเครื่องกลึง ไสปรับหน้าให้เรียบทั้ง 2 หน้า ขัดด้วยกระดาษทราย นำไปตากแดด และนำไปจำหน่าย

การใช้/ประโยชน์
ใช้เป็นวัสดุงานบ้าน งานครัว ในการรองสับ/หั่นอาหาร

สนนราคา
ขนาด (Size : cm)
ถ้ากว้าง 5 นิ้ว ยาว 5 นิ้ว
     - ราคาขายส่ง 5 บาท
     - ราคาขายปลีก 10 บาท


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
28
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

ประกอบอาชีพทำพวงกุญแจจากไม้มะขาม ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่หน้าสนใจ เรามาดูรูปแบบการดำเนินการเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ

  1. ขอซื้อกิ่งมะขามในท้องถิ่น จะได้ในราคาที่ถูก
  2. มีใช้ใบสั่งสินค้าจะมีรูปแบบ ,ขนาดและจำนวนสินค้าจากทางร้านที่สั่ง
  3. ผลิตสินค้าตามใบสั่งจากทางร้านโดยใช้เวลาการผลิตประมาณ 15 วัน ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้
    - ตัดขนาดไม้
    - ตัดไม้ตามขนาดแล้วไม้แล้วนำไปตากให้แห้งใช้เวลา 5 วัน ถ้าไม่แห้งจะใช้เครื่องอบซึ่งประดิษฐ์ขึ้นเองใช้เวลา 3 วัน
    - จากนั้นใช้แท่นสว่านขัดผิวให้เรียบ
    - เจาะรูใส่ห่วงและชุปแลคเกอร์และเคลือบน้ำยาเคลือบเงาอีก 1 ครั้ง
    - แพคสินค้าใส่กล่อง
    - จัดส่งผลิตภัณฑ์ที่เสร็จแล้ว
  4. ถ้าผลิตพวงกุญแจได้ส่งสินค้าเดือนละ 3,000 ชิ้น ชิ้นละ 3 บาท 9,000 /เดือน ราคาขาย 4 บาท/ชิ้น ราคาต้นทุน 1 บาท/ชิ้น

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
27
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

“มะขามแปรรูป อีกลู่ทางยกระดับคุณภาพชีวิตของไพรัตร โสภาบุญ แกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ สร้างมูลค่าด้วยภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งเสริมอาชีพให้แก่ชุมชน”

แปรรูปมะขาม                              
       แหล่งผลิตมะขามหวานที่ขึ้นชื่อลือนามและเป็นที่รู้จักกันดีของประชาชนทั่วไปคงจะหนีไม่พ้นจังหวัดเพชรบูรณ์ดินแดนแห่งความสุขของคนอยู่และผู้มาเยือน และหากใครได้ลิ้มลองรสชาติที่หอมหวานของมะขามแล้วรับรองได้ว่าจะต้องติดอกติดใจไปตามๆกันแต่ในมุมกลับกันรสชาติที่แสนจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันก็คงยังหลงเหลืออยู่ในมะขามตามท้องถิ่นและด้วยรสชาติที่แสนจะเปรี้ยวจนไม่มีใครอยากจะลิ้มลองเป็นรอบที่สองจึงส่งผลให้มะขามมีประโยชน์เพียงเพื่อปรุงแต่งรสชาติของอาหารให้กลมกล่อมเท่านั้น
          แต่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่ได้คิดเช่นนั้น กลับคิดว่ามะขามที่มีรสชาติเปรี้ยวนี้แหละที่จะสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่อีกทางหนึ่ง โดยการนำมะขามเปรี้ยวมาแปรรูปเป็นของดองเพื่อสร้างมูลค่าให้กับมะขามตามท้องถิ่นได้หลายเท่าตัวโดยมีคุณไพรัตร โสภาบุญ เป็นกำลังสำคัญของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่แนวความคิดเกี่ยวกับการแปรรูปมะขามที่มีรสชาติเปรี้ยวให้กลายเป็นเงินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรคงต้องลองไปถามประธานกลุ่มฯ คนเก่งกันดู   

          คุณไพรัตร เล่าถึงความเป็นมาให้ฟังว่า ดั้งเดิมนั้นประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร   การค้าขายรับจ้างทั่วไปและบางรายมีการปลูกมะขามเปรี้ยวไว้เพื่อขายบางส่วนซึ่งแต่เดิมมะขามดิบจะขายได้เพียงกิโลกรัมละ 2-3 บาทเท่านั้น ด้วยราคาจำหน่ายที่แสนจะถูกจึงผลักดันให้เกิดกระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า เริ่มจากการทำภายในครัวเรือนก่อน (ต่างบ้านต่างทำ) แต่ก็ยังมีปริมาณมะขามแปรรูปไม่เพียงพอที่จะส่งเข้าสู่ท้องตลาด จึงได้เกิดการรวมตัวของแม่บ้านและจัดตั้งกลุ่มทำมะขามแปรรูปขึ้นในปี 2536 จนกระทั่งในปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 87 คน 

        และกองหนุนกำลังสำคัญของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ ก็คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางด้านสินเชื่อในวงเงิน 500,000 บาท เพื่อเป็นต้นทุนการผลิตในด้านวัตถุดิบ และได้เตรียมวางแผนเกี่ยวกับการพัฒนากลุ่มแม่บ้านบ้านขี้นาคแผนใหม่ให้มีการพัฒนาด้านการผลิตการแปรรูปมะขามให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าอื่นๆนอกจากนี้ยังมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปต่างๆ เพื่อผลิตสินค้าของตัวเองโดยไม่ต้องผ่านทางพ่อค้าคนกลางอีกด้วย

นื่องจากในพื้นที่ตำบลวังบาลมีผลผลิตมะขามเป็นจำนวนมากจึงได้มีการรวมตัวจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเพื่อแปรรูปมะขามและเพิ่มมูลค่ายอดผลิต โดยสมาชิกทุกคนจะร่วมมือร่วมใจกันทั้งด้านความคิดและแรงงานมีการแบ่งหน้าที่อย่างเป็นสัดส่วนฝ่ายหญิง(แม่บ้าน) จะรับผิดชอบงานในส่วนของขั้นตอนการผลิต ส่วนฝ่ายชาย (พ่อบ้าน) จะเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบในแต่ละวัน  โดยมีคุณแสงเพชร ทองเพ็ง สามีของคุณไพรัตร เป็นแกนนำสำคัญ ซึ่งคนที่จะสามรถทำหน้าที่นี้ได้จะต้องสามารถคัดเลือกมะขามได้ว่าควรเก็บฟักแบบใดมีลักษณะอย่างไรจึงจะแก่กำลังดี โดยมีแหล่งรับซื้อหลักอยู่ที่จังหวัดเลย(เนื่องจากคุณภาพของมะขามจะดี ฟักสวย มีรสเปรี้ยวเหมาะแก่การนำมาแปรรูปเป็นอย่างยิ่ง) ราคารับซื้อมะขามกิโลกรัมละ 2-3 บาท ค่าใช้จ่ายในการเก็บและการหาวัตถุดิบแบ่งออกเป็นค่าจ้างคนตัดกิโลกรัมละ 2 บาท และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกประมาณ 3 บาท เฉลี่ยแล้วจะมีต้นทุนการผลิตประมาณ 8 บาท/กิโลกรัม 

        หลังจากที่พ่อบ้านตื่นตั้งแต่ ตี 3 - ตี4 เพื่อออกไปเก็บมะขามที่จังหวัดเลย ทางแม่บ้านก็จะคอยจัดเตรียมอุปกรณ์ คอยต้มน้ำให้เดือดเพื่อรอมะขามมาต้มในตอนเช้า อุปกรณ์ที่ใช้ในการแปรรูปนั้นก็จะมี
       - เชื้อเพลิง
       - ภาชนะสำหรับต้มน้ำร้อน   (ถังน้ำมัน 200 ลิตร  ตัดครึ่ง)
       - ภาชนะในการใส่เปลือก   ตะกร้า  กาละมัง  มีมีด และถุงมือ
       - ปูน,เกลือ
       - และมะขามที่มีรสเปรี้ยว

ขั้นตอนในการแปรรูป      
       หลังจากเก็บมะขามมาเรียบร้อยแล้ว ฝ่ายแม่บ้านจะเริ่มขั้นตอนแปรรูปทั้งที โดยเริ่มจากการคัดเลือกฝักมะขามและทำความสะอาดแล้วนำไปลวกในน้ำเดือดนานประมาณ0.5-1นาทีซึ่งระยะเวลาในการลวกจะขึ้นอยู่กับความหนาของเปลือกมะขาม หากเปลือกหนาจะต้มนานประมาณ 1นาที แต่ถ้าเปลือกบางต้มเพียงแค่ครึ่งนาทีก็พอ ซึ่งขั้นตอนในการลวกมะขามนั้นค่อนข้างมีความสำคัญต้องกะระยะเวลาให้พอดี หากลวกเร็วเกินไปเปลือกมะขามก็ไม่ร่อน ทำให้แกะเปลือกยาก แต่ถ้าลวกนานเกินไปมะขามก็จะเละ ไม่สามารถนำไปแปรรูปได้ หลังจากลวกเสร็จแล้วให้นำไปแช่ในน้ำเย็น แล้วส่งให้กับแม่บ้านที่ทำหน้าที่แกะเปลือกและเอาเม็ดออกจากฝักเสร็จแล้วจึงนำมะขามไปแช่ในน้ำปูนและน้ำเกลือที่ผสมไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดระยะเวลาก็ถือว่าเสร็จขั้นตอนการแปรรูป จะเหลือเพียงขั้นตอนบรรจุถุงเพื่อรอส่งขายให้กับร้านค้าและพ่อค้าคนกลางเพื่อนำไปแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มต่อไป

กำลังการผลิต
       ในแต่ละวันจะรับซื้อมะขามดิบมาประมาณ 1 ตัน และจะสามารถแปรรูปเป็นมะขามดองเปรี้ยวได้   500 กิโลกรัม (ใช้คนทำประมาณ 10 กว่าคนถึงจะเสร็จ)

การตลาด   
      เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจน้ำมันราคาแพงบวกกับค่าใช้จ่ายในการผลิตที่สูงขึ้นจึงทำให้ราคาจำหน่ายมะขามดองเปรี้ยวในขณะนี้ตกกิโลกรัมละ 20 บาท (เดิมกิโลกรัมละ 17-18 บาท) โดยทางกลุ่มแม่บ้านฯ จะนำมะขามดองเปรี้ยวไปส่งให้กับร้านค้าในท้องถิ่นอีกต่อหนึ่ง เพื่อทำการแปรรูปแช่อิ่มต่อไป

ลู่ทางการสร้างมูลค่าให้กับมะขามเปรี้ยวตามท้องถิ่นดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับชาวบ้านขี้นาคแต่เมื่อผู้เขียนได้ยินว่า หากนำมะขามดองเปรี้ยวไปแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่มแล้ว จะสามารถจำหน่ายได้กิโลกรัมละ 90 บาท ได้ฟังแล้วก็น่าเสียดายแทนกลุ่มแม่บ้านฯ ทำไมจึงไม่ทำเป็นมะขามแช่อิ่มไปเลย ทั้งๆ ที่ทางกลุ่มก็เป็นผู้ทำดองเปรี้ยวอยู่แล้ว เพียงแค่เพิ่มขั้นตอนแช่อิ่มเข้าไปก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว จากกิโลกรัมละ 20 บาท กลับกลายเป็น 90 บาท แต่เมื่อได้รับคำตอบจากคุณไพรัตรกลับมาว่า กลุ่มแม่บ้านฯ ยังขาดความรู้ความเข้าใจในกระบวนการแปรรูปมะขามแช่อิ่ม ไปถามที่ร้านแช่อิ่มเขาก็ไม่บอกกลัวว่าเราจะทำแข่ง ซึ่งทางกลุ่มก็จะพยายามหาทางไปสู่จุดมุ่งหมายให้ได้ และสิ่งนี้คือความปรารถนาสูงสุดของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ ซึ่งเรื่องนี้ทาง ธ.ก.ส. ในฐานะธนาคารพัฒนาชนบทได้เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลืออยู่แล้วในปัจจุบันซึ่งผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับข่าวดีจากทางกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ในไม่ช้านี้…การกระจายรายได้สู่ชุมชนก็เปรียบเสมือนกับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน.ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณไพรัตร โสภาบุญ บ้านเลขที่ 28 ม.12 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ โทร.08-1284-9896   

       แหล่งผลิตมะขามหวานที่ขึ้นชื่อลือนามและเป็นที่รู้จักกันดีของประชาชนทั่วไปคงจะหนีไม่พ้นจังหวัดเพชรบูรณ์ ดินแดนแห่งความสุขของคนอยู่และผู้มาเยือนและหากใครได้ลิ้มลองรสชาติที่หอมหวานของมะขามแล้วรับรองได้ว่าจะต้องติดอกติดใจไปตามๆ กัน แต่ในมุมกลับกันรสชาติที่แสนจะเปรี้ยวจนเข็ดฟันก็คงยังหลงเหลืออยู่ในมะขามตามท้องถิ่น และด้วยรสชาติที่แสนจะเปรี้ยวจนไม่มีใครอยากจะลิ้มลองเป็นรอบที่สองจึงส่งผลให้มะขามมีประโยชน์เพียงเพื่อปรุงแต่งรสชาติของอาหารให้กลมกล่อมเท่านั้น แต่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์ไม่ได้คิดเช่นนั้นกลับคิดว่ามะขามที่มีรสชาติเปรี้ยวนี้แหละที่จะสร้างอาชีพให้แก่กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่อีกทางหนึ่ง โดยการนำมะขามเปรี้ยวมาแปรรูปเป็นของดองเพื่อสร้างมูลค่าให้กับมะขามตามท้องถิ่นได้หลายเท่าตัว โดยมีคุณไพรัตร โสภาบุญ เป็นกำลังสำคัญของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรขี้นาคแผนใหม่แนวความคิดเกี่ยวกับการแปรรูปมะขามที่มีรสชาติเปรี้ยวให้กลายเป็นเงินนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร คงต้องลองไปถามประธานกลุ่มฯ คนเก่งกันดู   
      
        คุณไพรัตร เล่าถึงความเป็นมาให้ฟังว่า ดั้งเดิมนั้นประชาชนส่วนใหญ่ของที่นี้ประกอบอาชีพทางด้านการเกษตร   การค้าขาย รับจ้างทั่วไป และบางรายมีการปลูกมะขามเปรี้ยวไว้เพื่อขายบางส่วน ซึ่งแต่เดิมมะขามดิบจะขายได้เพียงกิโลกรัมละ 2-3 บาทเท่านั้น ด้วยราคาจำหน่ายที่แสนจะถูกจึงผลักดันให้เกิดกระบวนการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่า เริ่มจากการทำภายในครัวเรือนก่อน (ต่างบ้านต่างทำ) แต่ก็ยังมีปริมาณมะขามแปรรูปไม่เพียงพอที่จะส่งเข้าสู่ท้องตลาด จึงได้เกิดการรวมตัวของแม่บ้านและจัดตั้งกลุ่มทำมะขามแปรรูปขึ้นในปี 2536 จนกระทั่งในปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 87 คน      

       และกองหนุนกำลังสำคัญของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านขี้นาคแผนใหม่ ก็คือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซึ่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนทางด้านสินเชื่อในวงเงิน 500,000 บาท เพื่อเป็นต้นทุนการผลิตในด้านวัตถุดิบและได้เตรียมวางแผนเกี่ยวกับการพัฒนากลุ่มแม่บ้านบ้านขี้นาคแผนใหม่ให้มีการพัฒนาด้านการผลิตการแปรรูปมะขามให้มีคุณภาพเทียบเท่ากับสินค้าอื่นๆนอกจากนี้ยังมีการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปต่างๆ เพื่อผลิตสินค้าของตัวเองโดยไม่ต้องผ่านทางพ่อค้าคนกลางอีกด้วย


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
27
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

     นางสังเวียน จันทมาลา เริ่มอาชีพทำสวนมะขามหวานตั้งแต่ปี 2511 บนเนื้อที่ 40 ไร่ เลขที่ 120/1 หมู่ 1 ริมถนนสระบุรี-หล่มสัก บ้านยาวี ต.วังชมพู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ และจำหน่ายกิ่งพันธุ์และมะขามหวานฝัก ตามงานเทศกาลต่าง ๆ ภายในจังหวัด ปี 2549 เริ่มตั้งร้านจำหน่ายมะขามหวานฝักที่บริเวณด้านหน้าของสวนโดยตั้งชื่อว่า “ไร่บุญคง” ตามชื่อสกุลเดิมของตนเอง

     ในปี 2537 ราคามะขามหวานตกต่ำ มาก นางสังเวียนจึงแปรรูปผลผลิตให้เป็นผลิต ภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น มะขามคลุกน้ำตาล มะขามคลุกบ๊วย จนมีชื่อเสียงติดตลาด ผลิตสินค้าไม่ทันจึงตั้ง กลุ่มแปรรูปมะขามหวานบ้านยาวี โดย นางสังเวียน เป็นประธานกลุ่ม

     นางสังเวียน ปลูกมะขามหวานพันธุ์ขันตี 20 ไร่ ที่เหลืออีก 20 ไร่ ปลูกพันธุ์การค้าอีก 3 พันธุ์คือ ศรีชมพู สีทอง และประกายทอง รวมเป็น 40 ไร่ โดยปลูกในสภาพไร่ ระยะปลูก 10×10 เมตร เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของจังหวัดเพชรบูรณ์ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้ดินอุดมสมบูรณ์ด้วยธาตุฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม จะเห็นว่า มะขามหวานของจังหวัดเพชรบูรณ์มีรสชาติหวาน หอม อร่อย เนื้อมะขามมีเนื้อสวยสม่ำเสมอ หนา นุ่ม เหนียว ไม่ชื้นแฉะ สาแหรกหุ้มเนื้อมีน้อย เปลือกของฝักมีสีน้ำตาลขาวนวล ซึ่งแตกต่างจากแหล่งอื่น

     นางสังเวียนได้ทดลองใช้ปุ๋ยอินทรีย์เม็ดเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นมะขามหวานสมบูรณ์มากขึ้น สามารถตัดฝักในรุ่นที่สองอีก ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ส่วนแหล่งน้ำได้ขุดสระเก็บกักน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี สารเคมีที่ ใช้ไม่มากนัก มีการใช้สารป้องกันกำจัดแมลงในช่วงแตกใบอ่อนก่อนออกดอกบ้างตามความจำเป็น การเก็บเกี่ยวมะขามหวานจะให้ผลผลิตตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป โดยจะสุกและเก็บเกี่ยวได้ ระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมของปีถัดไป สวนของนางสังเวียน สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 19 ตันในปีที่ผ่านมา เมื่อเก็บเกี่ยวแล้ว จะนำมาผึ่งแดดประมาณ 2 แดด หรืออบไอร้อน แต่ถ้าต้องการเก็บไว้ข้ามปีกรณีที่ราคาตกต่ำ นางสังเวียนก็นำผลผลิตของตนเองและของสมาชิก กลุ่มเก็บไว้ในห้องเย็นที่สามารถจุได้กว่า 100 ตัน สร้างเมื่อปี 2541 มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท

     นางสังเวียน ได้เสียสละพื้นที่ของไร่ บุญคงเป็นตลาดกลางสำหรับให้สมาชิกในกลุ่มมา จำหน่ายผลิตภัณฑ์ซึ่งประกอบด้วยมะขามหวานฝักและมะขามหวานแปรรูป เช่น มะขามแกะเมล็ด มะขามหวานคลุกน้ำตาล มะขามหวานคลุกบ๊วย มะขามหวานคลุกไอซิ่ง มะขามหวานแช่อิ่ม ล่าสุดทำ มะขามจี๊ดจ๊าด ออกมาทำตลาดได้ดีมาก โดยเฉพาะลูกค้าสุภาพสตรีชอบมาก สำหรับมะขามศรีชมพูแกะเมล็ด จะเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของกลุ่มเพราะได้รับรางวัล โอทอป 5 ดาว เมื่อปี 2549 ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดของนางสังเวียนมีคุณภาพเพราะหน่วยงาน ราชการที่สนับสนุนจะช่วยตรวจสอบให้ไม่ว่าจะเป็น มาตรฐานอาหารและยาจากกระทรวงสาธารณสุข มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน จากกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่ง นางสังเวียน เป็นผู้ใฝ่รู้ สนใจและเข้า รับการฝึกอบรมหลักสูตรต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ มี การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อยู่เสมอ มีการคัด เกรดผลผลิต พัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ให้มีความหลากหลาย และสวยงามน่าสนใจเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในและต่างประเทศและที่ สำคัญนางสังเวียนได้ร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ใน โครงการนำร่อง จัดทำคำขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ “มะขามหวานเพชรบูรณ์” (Geographic Indication : GI) ตั้งแต่ปี 2547 ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยผลักดันให้สำเร็จเพื่อชาวเพชรบูรณ์จะได้รับผล ประโยชน์ในฐานะเมืองมะขามหวานสมดังคำขวัญของจังหวัด

     ผู้สนใจจะไปศึกษาดูงาน โปรดติดต่อ นางสังเวียน จันทมาลา บ้านเลขที่ 120/1 หมู่ที่ 1 ถนนสระบุรี-หล่มสัก ต.วังชมพู อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ โทร. 0-5656-8240 หรือ 08-4237-2956.


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
11
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

การผลิตมะขามเปียกส่วนใหญ่นั้นเป็นการผลิตในระดับครัวเรือน ซึ่งปัจจุบันโรงงานในประเทศที่มีความต้องการมะขามเปรี้ยวเพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบที่ทางกรมส่งเสริมการเกษตร โดยแยกเป็นโรงงานที่ผลิตมะขามเปียก และมะขามเปรี้ยวไปแปรรูปในรูปแบบต่างๆ เช่น มะขามแช่อิ่ม น้ำมะขาม น้ำพริก เป็นต้น

ตลาดในประเทศของมะขามเปียกนั้นเป็นที่นิยมอย่างมาก ทั้งในรูปของเครื่องปรุงรส โดยเฉพาะอาหารไทยๆหลากหลายประเภท นอกจากนี้ยังมีการบริโภคในรูปของผลิตภัณฑ์มะขาม ไม่ว่าจะเป็นมะขามคลุกน้ำตาล มะขามดอง มะขามแช่อิ่ม ท็อฟฟี่มะขาม ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรมีการคิดค้นการแปรรูปมะขามเปรี้ยวในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการแปรรูปเป็นเครื่องสำอาง โดยเฉพาะครีมมะขามสำหรับล้างหน้า ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก นับว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับมะขามเปรี้ยวมากกว่าการบริโภคเฉพาะในรูปของมะขามเปียกเท่านั้น คาดว่ามูลค่าตลาดของมะขามเปรี้ยวในประเทศเท่ากับ 200 ล้านบาท ซึ่งผลผลิตมะขามเปรี้ยวร้อยละ 60 จะใช้บริโภคในประเทศ

มะขามเปียกของไทยมีตลาดอยู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ตลาดส่งออกสำคัญคือ สหรัฐฯมีส่วนแบ่งตลาดร้อยละ 25.1 สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ร้อยละ 16.7 และปากีสถานร้อยละ 15.6 คาดว่าตลาดส่งออกมะขามเปียกจะมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากความนิยมบริโภคอาหารไทยในต่างประเทศ และการอพยพย้ายถิ่นของแรงงานไทย รวมทั้งนักธุรกิจไปตั้งถิ่นฐานในต่างประเทศด้วย ส่วนประเทศในแถบตะวันออกกลางนิยมบริโภคมะขามเปรี้ยว เนื่องจากรสเปรี้ยวของมะขามเปียกเป็นที่นิยมในการบริโภคเพื่อดับกระหายน้ำได้ นอกจากนี้ทางผู้ประกอบการยังได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยการผลิตน้ำมะขามเปียกบรรจุในซองหรือที่เรียกว่าน้ำมะขามเปียกพร้อมปรุง ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกกับผู้บริโภคแล้ว นับว่าเป็นการยกระดับสินค้ามะขามเปียกในด้านความสะอาดและสุขอนามัยในการผลิตและการเก็บรักษาอีกด้วย


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 


 หน้าที่ 1 จาก 2 

 1  2 »


 

;