เล่นตีเม็ดมะขาม คือการนำเม็ดมะขามสองเม็ดมาฝนกับพื้น จนด้านหนึ่งเปลือกสีดำหลุดล่อนเห็นเนื้อสีขาวนวลด้านใน จากนั้นก็ประสานมะขามทั้งสองเมล็ดเข้าด้วยกันโดยน้ำบ่อน้อยที่เจ้าตัวมี ไม่เห็นใครยืมน้ำบ่อน้อยของคนอื่นมาใช้ แล้วมะขามสองเมล็ดก็จะยึดติดกันดูเหมือนเมล็ดพืชพันธุ์ใหม่ หรือต้นอ่อนของมะขามที่แยกเมล็ดออกเป็นสองส่วนเพื่อเลี้ยงยอดอ่อนที่แตกตัวพร้อมจะเป็นต้น หลังจากแน่ใจว่ากาวน้ำลายทำหน้าที่สำเร็จ เจ้าตัวน้อยก็จะหาเชือกฟางที่หาได้แถวนั้นมาผูกอดีตเมล็ดมะขาม ผูกเชือกอีกปลายกับท่อนไม้เล็กๆ คราวนี้เม็ดมะขาม เชือกฟาง และท่อนไม้ก็พร้อมที่จะถูกใช้เป็นอาวุธฟาดฟัน
วิธีการเล่นก็ไม่ยากอะไร เมื่อคู่ต่อสู้ต่างมีเม็ดมะขามผูกเชือกเรียบร้อยแล้วก็หาพื้นแข็งๆ ตอนแรกเด็กๆ ใช้ป้ายชื่อต้นไม้ที่ทำจากกระดาษลูกฟูกเป็นสนามประลอง แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ลานดินแข็งๆ ก็ได้เหมือนกัน คนหนึ่งเอาเม็ดมะขามของตนวางบนพื้น อีกคนใช้ไม้เหวี่ยงเม็ดมะขามฟาดใส่เม็ดมะขามของเพื่อน เม็ดมะขามของใครแตกกระเด็นไปก่อน อีกฝ่ายจะได้ชัยชนะ สลับกันฟาดเม็ดมะขามใส่กันจนกว่าจะรู้ผล บางทีเม็ดมะขามไม่แตกกระเด็น แต่หลุดออกจากเชือกที่ผูกก็ต้องวิ่งเก็บมาผูกใหม่เพื่อจะได้ประลองกันต่อไป บางรายฟาดใส่เขาแต่เม็ดมะขามตัวเองแตกต้องแพ้ไปเองก็มี
ข้อมูลโดย : เพรางาย มณีโชติ
ผู้เล่นมีจำนวน 2 คนขึ้นไป ผู้เล่นแต่ละคนมีเม็ดหิน หรือเม็ดมะขามเรียกว่า “หมาก” คนละ 5 เม็ด เมื่อเริ่มเล่น ผู้เล่นทุกคนต้อง “ขึ้นร้าน” ก่อน โดยการถือหมากไว้ในมือ จากนั้น ก็โยนขึ้นและรับด้วยหลังมือ ผู้เล่นคนใดสามารถรับได้มากที่สุด จะได้เล่นเป็นคนแรก หมากหนึ่ง โยนหมากขึ้น 1 เม็ด ขณะเดียวกันก็เก็บหมากบนพื้น 1 เม็ด และเก็บหมากทีละเม็ดจนหมด หมากสอง เก็บหมากบนพื้นครั้งละ 2 เม็ด หมากสาม เก็บหมาก 3 เม็ดก่อน แล้วเก็บ 1 เม็ดที่เหลืออีกครั้งหนึ่ง หมากสี่ รวบเก็บหมากบนพื้นครั้งเดียวให้ได้ 4 เม็ด ผู้เล่นคนใดเล่นหมากสี่จบก่อนเป็นผู้ชนะ
เป็นการเล่นของเด็กไทยที่สามารถให้ความสนุกสนาน อุปกรณ์ในการเล่น ได้แก่ เม็ดมะขาม และใบไม้ วิธีการเล่น ผู้เล่นทุกคนโปรยเม็ดมะขามเท่าๆกัน ห่อใบไม้เป็นรูปช้อนสำหรับตัก ในการตักจะต้องตักทีละเม็ด หากกระเทือนเม็ดอื่นจะหมดสิทธิ์สนการเล่น จะต้องให้ผู้เล่นคนอื่นเล่นต่อ หากใครได้มากที่สุดจะถือเป็นฝ่ายชนะ