มะขาม.com - Tamarind Blog

7
ก.พ.
โพสในหมวด ประโยชน์ของมะขาม by Tamarind

มะขาม (Tamarind)

นับได้ว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านที่คนไทยรู้จักมาช้านาน  อีกทั้งเราสามารถนำส่วนต่างๆ ของมะขามมาใช้ประโยชน์ในการรักษาได้แทบทั้งสิ้น เช่น ในเนื้อมะขามมี  สารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) ซึ่งจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ  นอกจากนั้น ยังมีกรดอินทรีย์ (Oragnic acid) อยู่หลายชนิด เช่น  กรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) และกรดซิตริก (Citric acid )ทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เพิ่มกากใยอาหารและช่วยหล่อลื่นให้ขับถ่ายสะดวก

การรักษา
ส่วนที่ใช้
วิธีใช้
ทาแก้แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เปลือกของเมล็ด นำเมล็ดมะขามสุกไปคั่วให้สุก กะเทาะเอาแต่เปลือก ไปบดให้ละเอียด แล้วคลุกกับน้ำมันละหุง หรือ น้ำมันมะพร้าว พอกแผลวันละ 2 - 3 ครั้ง
รักษาฝี และแผลเรื้อรัง เมล็ดมะขาม คั่วเมล็ดมะขามให้สุก กะเทาะเปลือกทิ้ง นำไปแช่น้ำจนนิ่ม ตำพอกแผล
แก้แมลงสัตว์กัดต่อย เมล็ดมะขาม ผ่าเมล็ดตามแนวขวาง นำส่วนที่ถูกผ่าไปฝนกับน้ำ มะนาว ใช้ปิดรอยแมลงกัด เมล็ดมะขามจะช่วยดูดพิษ ออกมาได้
แก้ไอ ขับเสมหะ เนื้อมะขาม นึ่งเนื้อมะขามให้สุกๆ คั้นกับน้ำให้ข้นๆ เติมเกลือลงไปล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะัขามเพื่อสุขภาพ by Tamarind

การทำลูกประคบ
อุปกรณ์การทำลูกประคบ

  1. ผ้าดิบสำหรับห่อลูกประคบ, เชือก
  2. ตัวยาที่ใช้ทำลูกประคบ
  3. หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ
  4. จานรองลูกประคบ
  5. กะละมัง ถุงมือ ผ้าขนหนู

ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ

  1. ไพล (500 กรัม)  - แก้ปวดเมื่อยลดการอักเสบ
  2. ผิวมะกรูด (100 กรัม) - ถ้าไม่มีใช้ใบแทนได้ มีน้ำมันหอมระเหย แก้ลมวิงเวียน
  3. ตะไคร้บ้าน (200 กรัม) - แต่งกลิ่น
  4. ใบมะขาม (100 กรัม) - แก้อาการคันตามร่างกาย ช่วยบำรุงผิว
  5. ขมิ้นชัน (100 กรัม) - ช่วยลดอาการอักเสบ   แก้โรคผิวหนัง
  6. ใบส้มป่อย (50 กรัม) - ช่วยบำรุงผิว แก้โรคผิวหนัง  ลดความดัน
  7. การบูร (30 กรัม) - แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ
  8. เกลือ (60 กรัม) - ช่วยดูดความร้อนและช่วยพาตัวยาซึมผ่านผิวหนังได้สะดวกก้น
  9. พิมเสน (30กรัม ) - แต่งกลิ่น  แก้พุพอง ผดผื่น บำรุงหัวใจ

วิธีการทำลูกประคบ

  1. หั่นหัวไพล  ขมิ้นอ้อย  ตะไคร้  ผิวมะกรูด  ตำพอหยาบๆ
  2. นำใบมะขาม  ใบส้มป่อย  ตำผสมกับข้อ 1. เสร็จแล้วให้ใส่เกลือ การบูร คลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันแต่อย่าให้แฉะเป็นน้ำ
  3. แบ่งตัวยาที่ตำเรียบร้อยแล้วเป็น 2 ส่วน เท่าๆ กัน โดยใช้ผ้าขาวห่อเป็นลูกประคบรัดด้วยเชือกให้แน่น
  4. นำลูกประคบที่ได้ไปนึ่งในหม้อนึ่ง ใช้เวลานึ่งประมาณ 15 – 20 นาที
  5. นำลูกประคบที่ความร้อนได้ที่แล้วมาประคบผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ  โดยสับเปลี่ยนลูกประคบ

การเก็บรักษาลูกประคบ

  • ลูกประคบสมุนไพรที่ทำครั้งหนึ่ง สามารถเก็บไว้ใช้ได้ 3 -5 วัน
  • ควรเก็บลูกประคบไว้ในตู้เย็น จะทำให้เก็บได้นานขึ้น (ควรเช็คตัวยาในห่อลูกประคบด้วยถ้ามีกลิ่นบูดไม่ควรเก็บไว้)
  • ถ้าลูกประคบแห้ง ก่อนใช้ควรพรมด้วยน้ำหรือเหล้าขาว
  • ถ้าลูกประคบที่ใช้มีสีเหลืองอ่อนลง  แสดงว่ายาที่ใช้จืดแล้ว (คุณภาพน้อยลง) จะใช้ไม่ได้ผล
  • เมื่อต้องการนำไปใช้ใหม่  ต้องเปลี่ยนผ้าห่อลูกประคบผืนใหม่
  • เวลาที่จะเก็บไว้ และเอาออกมาใช้ใหม่ ควรเติมเกลือ และพิมเสน การบูร อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนการประคบ

  1. จัดท่าผู้ป่วยให้เหมาะสม  เช่น นอนหงาย นั่ง นอนตะแคง  ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่จะทำการประคบสมุนไพร
  2. นำลูกประคบที่ร้อนได้ที่แล้วมาประคบบริเวณที่ต้องการประคบ  (การทดสอบความร้อนของลูกประคบ โดยแตะที่ท้องแขนหรือฝ่ามือของผู้ประคบ)
  3. ในการวางลูกประคบบนผิวหนังคนไข้โดยตรง ในช่วงแรกๆต้องทำด้วยความเร็ว ไม่วางแช่นานๆ เพราะคนไข้จะทนความร้อนไม่ได้มาก
  4. เมื่อลูกประคบคลายความร้อนลงก็สามารถวางลูกประคบอีกลูกหนึ่งแทน  (นำลูกเดิมไปนึ่งต่อ)
  5. ทำซ้ำตามข้อ 2, 3, 4

โรคหรืออาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพร
โรค / อาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการ แพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร
ข้อห้าม  ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น
อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น ตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามแปรรูป by Tamarind

คนส่วนใหญ่เมื่อรับประทานเนื้อมะขามหมดแล้ว เม็ดมะขามก็จะโยนทิ้ง แต่ต่อไปนี้ให้เก็บเม็ดมะขามไว้นะคะ  เพราะสามารถนำมาเก็บไว้รับประทาน รสชาติ อร่อยเชียวค่ะ วิธีการก็แค่เอาเม็ดมะขามมาล้างน้ำให้สะอาด  และผึ่งให้แห้ง  แล้วนำไปคั่วให้หอม จากนั้นนำเม็ดมะขามที่คั่วแล้วมากระเทาะเปลือก  โดยใช้มือถูไปมาบนเม็ดมะขามนั่นแหละเปลือกก็จะหลุดออกได้ง่ายๆ จากนั้นก็นำเม็ดมะขามคั่วที่แกะเปลือกเสร็จแล้วลงแช่ในน้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ  1-2  คืน เพื่อให้เม็ดมะขามคั่วนิ่ม  จากนั้นก็นำขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำ  นำมารับประทานเล่นเป็นของว่าง  เคี้ยวเพลินอร่อยเหมือนเคี้ยวถั่วเลยค่ะ


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด ประวัติของมะขาม by Tamarind

ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindua  indica  Linn

ชื่อวงศ์ Legumionosae

ชื่อท้องถิ่น มะขามไทย  (ภาคกลาง) ,  ขาม (ภาคใต้) , ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง,กาญจนบุรี) , มอดเล/ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน) , ตะลุบ (นครราสีมา) , อำเปียล (เขมร ,สุรินทร์)

ลักษณะ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระ ใบเป็นใบประกอบใบเล็กออกตามกิ่งก้านเป็นคู่  ดอกออดอกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลือง และมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก  ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาง 3-20 ซ.ม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ ฝักจะเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน

สรรพคุณ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก  ขับพยาธิไส้เดือน  ขับเสมหะ  ใบมะขาม ใช้กับลูกประคบ บรรเทาอาการคันตามร่างกาย  บำรุงผิว


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามแปรรูป by Tamarind

น้ำม ะขาม

มะขามเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดี เพาะปลูกง่าย ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในดินเค็มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ส่วนใหญ่ เกษตรกรจะปลูกตามหัวไร่ปลายนา มะขามมีราคาถูกกว่าผลไม้อื่นๆ เนื่องด้วยมะขามออกผลเป็นฤดูกาล ประกอบกับเมื่อแกะเมล็ดออกจากฝักแล้ว เนื้อมะขามจะกลายเป็นสีดำในเวลาไม่นาน ดังนั้น การพัฒนาเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่ม จึงเป็นการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรที่สนใจและมีความพร้อม

ส่วนผสมการทำน้ำมะขาม

  1. มะขามเปียกชนิดไม่มีเมล็ด 100 กรัม
  2. น้ำสำหรับคั้นมะขามเปียก 1,200 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 540 กรัม
  4. น้ำสำหรับทำน้ำเชื่อม 2,500 กรัม


วิธีทำน้ำมะขาม :

  1. ฆ่าเชื้อขวดกับฝาที่ใช้บรรจุ โดยการลวกด้วยน้ำเดือด
  2. นำมะขามเปียกทั้งหมดมาต้มกับน้ำประมาณครึ่งหนึ่ง จนกระทั่งมะขามนิ่มและละลายออกมา ขณะที่ต้ม ผู้ทำควรคนหรือบี้ด้วยทัพพี เพื่อให้มะขามละลายได้เร็วขึ้น แล้วยกลง กรองผ่านกระชอนที่มีผ้าขาวบางอย่างหยาบรองอยู่ด้านล่าง กากที่กรองได้นำมาคั้นกับน้ำที่เหลืออีกครึ่งหนึ่ง จนหมดเนื้อมะขาม
  3. เตรียมน้ำเชื่อมโดยผสมน้ำตาลทราย เกลือ และน้ำเข้าด้วยกัน ต้มให้น้ำตาลละลาย จากนั้น นำมากรองผ่านผ้าขาวบาง
  4. ผสมน้ำมะขามและน้ำเชื่อมเข้าด้วยกัน ต้มให้เดือดนาน 5 นาที ยกลงบรรจุในขวดที่ลวกฆ่าเชื้อแล้ว และทำให้เย็นโดยแช่ในน้ำ

ข้อแนะนำของการเ็ก็บน้ำมะขาม
ควรเก็บไว้ในตู้เย็น และรับประทานภายใน 2 สัปดาห์

คุณค่าทางอาหาร และประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ

มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ
คุณค่าทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
7
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทยมีแหล่งผลิตกระจาย ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปัจจุบันมะขามเปรี้ยวมีบทบาท ในตลาดส่งออกมากขึ้น โดยในปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 105,329 ไร่ ผลผลิตประมาณ 56,586 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญ จะอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก โดยฤดูกาลผลิตมะขามเปรี้ยวจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยส่งออกในรูปมะขามเปียกแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดคือ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำและมีโรคแมลงติดไปกับฝักหลังการเก็บเกี่ยว

สิ่งที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ
แนวทางการปฏิบัติ
1. การผลิตมะขามเปรี้ยวที่ปลอดภัยจากสารพิษตกค้างและปลอดศัตรูพืช 1.1 การป้องกันกำจัดศัตรูพืชแบบผสมผสาน

1.2 การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัย
- เลือกซื้อสารเคมีที่มีคุณภาพและขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย
- การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม

2. การผลิตมะขามเปรี้ยวที่มีคุณภาพ 2.1 การจัดการเพื่อให้ได้ผลมะขามเปรี้ยวที่สมบูรณ์
2.1.1 การคัดเลือกพันธุ์ดี
2.1.2 การจัดการเพื่อเสริมความสมบูรณ์ของต้น
- การใส่ปุ๋ย
- การให้น้ำ
- การตัดแต่งกิ่ง เน้นการทำทรงพุ่มเตี้ย
2.2 การเก็บเกี่ยวและการปฏิบัติหลังเก็บเกี่ยว

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ใบมะขาม ใบ (Leaves) มะขามหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดใบประกอบ  (compound  leaves) ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate)  มีความยาวประมาณ 10 - 16 ซม.  ประกอบด้วยใบย่อยเล็ก ๆ รูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong) ขนาด 1 - 2.5 x 0.5  - 1.0 ซม. เรียงตัวติดก้านใบใหญ่แบบตรงข้าม (opposite)  มีจำนวนใบย่อยประมาณ 10 - 17 คู่


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

มะขามเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะต้นเป็นพุ่มรูปวงกลมขนาดใหญ่ ทรงพุ่มอาจจะแผ่กว้างถึง 20 เมตร ให้ร่มเงาหนาทึบ ลำต้นสูงประมาณ 60 ฟุต เปลือกสีน้ำตาลอ่อนแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็ก ๆ ใบจะเรียงตัวแบบสลับ ความยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ใบย่อยจะเรียงตัวเป็นคู่ ประมาณ 10-20 คู่ เมื่อใบแก่จะสลับใบทิ้งแล้วแตกใบอ่อนขึ้นมาแทนในราวเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน หลังจากนั้นตาดอกจะเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งและช่อดอกที่สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ดอกจะบานในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ดอกมะขามเป็นช่อเล็ก ๆ อยู่ปลายกิ่ง มีประมาณ 10-15 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ช่อดอกยาว 5-10 เซนติเมตร กลีบรองมีสีเหลืองอ่อนค่อนข้างหนามีทั้งหมด 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพูปนขาวอยู่ภายในมี 3 กลับ กลุ่มเกสรตัวผู้รูปร่างเป็นหลอด ส่วนเกสรตัวเมียมี 3 กะเปาะ แต่ละกะเปาะมีอับเรณูบรรจุอยู่ ฝักหรือผลมะขามมีความยาวตั้งแต่ 7.5-20 เซนติเมตร แต่ละข้อจะคอดเล็กน้อย มีเมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปค่อนข้างกลมห่อหุ้มด้วยเนื้อสีน้ำตาล คุณภาพของเนื้อที่ดีจะต้องไม่มีเปลือก ใบ และสิ่งเจือปน มีความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ กรด 10-13 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 10-30 เปอร์เซ็นต์ และสารละลายอื่น ๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณกรดและน้ำตาลในฝักมะขามอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลรักษาและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

มะขามหวานเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืน แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมแน่น  ลำต้นเหนียวหักโคนยาก  และรากลึก  ทนแล้งเป็นไม้ผลกึ่งเขียวตลอดปี (Semi-evergreen) แต่จะค่อย ๆ  สลัดใบแก่ในฤดูร้อน  ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน  พร้อมกันนั้นก็จะผลิใบใหม่ขึ้นมาแทน เมื่อใบเริ่มแก่ก็จะออกดอก คือประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม ติดฝักอ่อนพอมองเห็นได้ราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและฝักจะแก่เก็บได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ ปริมาณของฝนและความชื้น


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
6
ก.พ.

สูตรการผลิต  ครีมล้างหน้ามะขาม  นี้ได้มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งทั้งสองบอกว่านำสูตรนี้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง

ส่วนผสม
มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ

  • เนื้อมะขาม 69%
  • นมสด 15%
  • ขมิ้นชันผง 1%
  • น้ำผึ้ง 25%

วิธีทำ

  1. เลือกใช้มะขามที่ไม่ค้างปี ลอกกาบและแกะเมล็ดเรียบร้อย เนื้อมะขามต้องแห้ง
  2. นำเนื้อมะขามมาใส่น้ำให้พอท่วมเนื้อมะขาม ต้มจนน้ำเดือดแล้วต้มต่ออีก 3 นาที ทิ้งไว้ให้เย็นและให้มะขามอมน้ำให้ชุ่ม
  3. พอเย็นดีแล้วใช้ตะแกรงตาถี่รองเทเนื้อมะขามพร้อมกับนวดให้เนื้อมะขามไหลลงในภาชนะข้างล่าง
  4. ส่วนขมิ้นชันให้ใช้แบบชนิดผง นมสดใช้น้ำนมแบบสเตอริไรซ์จะทำให้เก็บได้นาน  และน้ำผึ้งใช้น้ำผึ้งแท้บริสุทธิ์
  5. จากนั้นชั่งส่วนผสมทั้งหมดตามสูตรแล้วนำมาใส่รวมกันในหม้อสเตนเลส
  6. นำขึ้นตั้งไฟเคี่ยวจนเหนียวข้น จึงยกลงรอให้เย็น แล้วบรรจุลงในขวดโหลดที่ปิดได้มิดชิด

วิธีใช้ครีมล้างหน้ามะขาม
หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 


 หน้าที่ 6 จาก 7 

 « หน้าแรก  ... « 3  4  5  6  7 »


 

;