มะขาม (Tamarind)
นับได้ว่าเป็นผลไม้พื้นบ้านที่คนไทยรู้จักมาช้านาน อีกทั้งเราสามารถนำส่วนต่างๆ ของมะขามมาใช้ประโยชน์ในการรักษาได้แทบทั้งสิ้น เช่น ในเนื้อมะขามมี สารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) ซึ่งจะช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ นอกจากนั้น ยังมีกรดอินทรีย์ (Oragnic acid) อยู่หลายชนิด เช่น กรดทาร์ทาริก (Tartaric acid) และกรดซิตริก (Citric acid )ทำให้มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ เพิ่มกากใยอาหารและช่วยหล่อลื่นให้ขับถ่ายสะดวก
การทำลูกประคบ อุปกรณ์การทำลูกประคบ
ตัวยาที่นิยมใช้ทำลูกประคบ
วิธีการทำลูกประคบ
การเก็บรักษาลูกประคบ
ขั้นตอนการประคบ
โรคหรืออาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพร โรค / อาการที่สามารถบำบัดรักษาด้วยการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการ แพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพร ข้อห้าม ข้อควรระวังในการประคบสมุนไพรตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทยในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น อาการแทรกซ้อนและการดูแลเบื้องต้น ตามแนวทางเวชปฏิบัติด้านการแพทย์แผนไทย ในสถานบริการสาธารณสุขของรัฐ ของกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก
คนส่วนใหญ่เมื่อรับประทานเนื้อมะขามหมดแล้ว เม็ดมะขามก็จะโยนทิ้ง แต่ต่อไปนี้ให้เก็บเม็ดมะขามไว้นะคะ เพราะสามารถนำมาเก็บไว้รับประทาน รสชาติ อร่อยเชียวค่ะ วิธีการก็แค่เอาเม็ดมะขามมาล้างน้ำให้สะอาด และผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปคั่วให้หอม จากนั้นนำเม็ดมะขามที่คั่วแล้วมากระเทาะเปลือก โดยใช้มือถูไปมาบนเม็ดมะขามนั่นแหละเปลือกก็จะหลุดออกได้ง่ายๆ จากนั้นก็นำเม็ดมะขามคั่วที่แกะเปลือกเสร็จแล้วลงแช่ในน้ำเกลืออ่อนๆ ประมาณ 1-2 คืน เพื่อให้เม็ดมะขามคั่วนิ่ม จากนั้นก็นำขึ้นมาวางให้สะเด็ดน้ำ นำมารับประทานเล่นเป็นของว่าง เคี้ยวเพลินอร่อยเหมือนเคี้ยวถั่วเลยค่ะ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Tamarindua indica Linn
ชื่อวงศ์ Legumionosae
ชื่อท้องถิ่น มะขามไทย (ภาคกลาง) , ขาม (ภาคใต้) , ม่องโคล้ง (กะเหรี่ยง,กาญจนบุรี) , มอดเล/ส่ามอเกล (กะเหรี่ยง - แม่ฮ่องสอน) , ตะลุบ (นครราสีมา) , อำเปียล (เขมร ,สุรินทร์)
ลักษณะ เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางถึงใหญ่ แตกกิ่งก้านสาขามาก เปลือกต้นขรุขระ ใบเป็นใบประกอบใบเล็กออกตามกิ่งก้านเป็นคู่ ดอกออดอกเป็นช่อเล็กๆตามปลายกิ่ง หนึ่งช่อมี 10-15 ดอก กลีบดอกสีเหลือง และมีจุดประสีแดงอยู่กลางดอก ผล เป็นฝักยาว รูปร่างยาวหรือโค้ง ยาง 3-20 ซ.ม. ฝักอ่อนมีเปลือกสีเขียวอมเทา สีน้ำตาลเกรียม เนื้อในติดกับเปลือก เมื่อแก่ ฝักจะเปลี่ยนเป็นเปลือกแข็งกรอบ หักง่าย สีน้ำตาล เนื้อในกลายเป็นสีน้ำตาลหุ้มเมล็ด เนื้อมีรสเปรี้ยวหรือหวาน
สรรพคุณ เป็นยาระบาย แก้อาการท้องผูก ขับพยาธิไส้เดือน ขับเสมหะ ใบมะขาม ใช้กับลูกประคบ บรรเทาอาการคันตามร่างกาย บำรุงผิว
น้ำม ะขาม
มะขามเป็นพืชเศรษฐกิจที่ดี เพาะปลูกง่าย ทนต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในดินเค็มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ส่วนใหญ่ เกษตรกรจะปลูกตามหัวไร่ปลายนา มะขามมีราคาถูกกว่าผลไม้อื่นๆ เนื่องด้วยมะขามออกผลเป็นฤดูกาล ประกอบกับเมื่อแกะเมล็ดออกจากฝักแล้ว เนื้อมะขามจะกลายเป็นสีดำในเวลาไม่นาน ดังนั้น การพัฒนาเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่ม จึงเป็นการแปรรูปเพื่อสร้างรายได้อีกทางหนึ่งให้กับเกษตรกรที่สนใจและมีความพร้อม
ส่วนผสมการทำน้ำมะขาม
วิธีทำน้ำมะขาม :
ข้อแนะนำของการเ็ก็บน้ำมะขาม ควรเก็บไว้ในตู้เย็น และรับประทานภายใน 2 สัปดาห์
คุณค่าทางอาหาร และประโยชน์ที่ร่างกายจะได้รับ
มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา และมีแคลเซียมช่วยบำรุงกระดูก รวมทั้งแก้กระหายน้ำ คุณค่าทางยา ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ เป็นยาระบายท้อง ช่วยการขับถ่ายได้ดี ลดอาการโลหิตจาง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สำคัญของประเทศไทยมีแหล่งผลิตกระจาย ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ปัจจุบันมะขามเปรี้ยวมีบทบาท ในตลาดส่งออกมากขึ้น โดยในปี 2544 มีพื้นที่ปลูกประมาณ 105,329 ไร่ ผลผลิตประมาณ 56,586 ตัน แหล่งผลิตที่สำคัญ จะอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก โดยฤดูกาลผลิตมะขามเปรี้ยวจะเก็บเกี่ยวได้ประมาณเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ตลาดส่งออกที่สำคัญได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ สหรัฐอเมริกา แคนาดาและประเทศแถบตะวันออกกลาง เป็นต้น โดยส่งออกในรูปมะขามเปียกแห้งและผลิตภัณฑ์แปรรูป ปัญหาด้านการผลิตและการตลาดคือ ผลผลิตมีคุณภาพต่ำและมีโรคแมลงติดไปกับฝักหลังการเก็บเกี่ยว
1.2 การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องปลอดภัย - เลือกซื้อสารเคมีที่มีคุณภาพและขึ้นทะเบียนถูกต้อง ตามกฎหมาย - การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างถูกต้องเหมาะสม
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของ ใบมะขาม ใบ (Leaves) มะขามหวานเป็นพืชใบเลี้ยงคู่ ชนิดใบประกอบ (compound leaves) ใบเรียงตัวแบบสลับ (alternate) มีความยาวประมาณ 10 - 16 ซม. ประกอบด้วยใบย่อยเล็ก ๆ รูปคล้ายสี่เหลี่ยมผืนผ้า (oblong) ขนาด 1 - 2.5 x 0.5 - 1.0 ซม. เรียงตัวติดก้านใบใหญ่แบบตรงข้าม (opposite) มีจำนวนใบย่อยประมาณ 10 - 17 คู่
มะขามเป็นพืชตระกูลถั่วชนิดหนึ่ง เป็นไม้ยืนต้นที่มีลักษณะต้นเป็นพุ่มรูปวงกลมขนาดใหญ่ ทรงพุ่มอาจจะแผ่กว้างถึง 20 เมตร ให้ร่มเงาหนาทึบ ลำต้นสูงประมาณ 60 ฟุต เปลือกสีน้ำตาลอ่อนแตกสะเก็ดเป็นร่องเล็ก ๆ ใบจะเรียงตัวแบบสลับ ความยาวประมาณ 7-15 เซนติเมตร ใบย่อยจะเรียงตัวเป็นคู่ ประมาณ 10-20 คู่ เมื่อใบแก่จะสลับใบทิ้งแล้วแตกใบอ่อนขึ้นมาแทนในราวเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน หลังจากนั้นตาดอกจะเจริญและพัฒนาเป็นกิ่งและช่อดอกที่สมบูรณ์ในเดือนพฤษภาคม ดอกจะบานในปลายเดือนพฤษภาคมถึงเดือนมิถุนายน ดอกมะขามเป็นช่อเล็ก ๆ อยู่ปลายกิ่ง มีประมาณ 10-15 ดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรตัวผู้และตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ช่อดอกยาว 5-10 เซนติเมตร กลีบรองมีสีเหลืองอ่อนค่อนข้างหนามีทั้งหมด 4 กลีบ กลีบดอกสีชมพูปนขาวอยู่ภายในมี 3 กลับ กลุ่มเกสรตัวผู้รูปร่างเป็นหลอด ส่วนเกสรตัวเมียมี 3 กะเปาะ แต่ละกะเปาะมีอับเรณูบรรจุอยู่ ฝักหรือผลมะขามมีความยาวตั้งแต่ 7.5-20 เซนติเมตร แต่ละข้อจะคอดเล็กน้อย มีเมล็ดสีดำหรือน้ำตาลเข้มรูปค่อนข้างกลมห่อหุ้มด้วยเนื้อสีน้ำตาล คุณภาพของเนื้อที่ดีจะต้องไม่มีเปลือก ใบ และสิ่งเจือปน มีความชื้น 20-30 เปอร์เซ็นต์ กรด 10-13 เปอร์เซ็นต์ น้ำตาล 10-30 เปอร์เซ็นต์ และสารละลายอื่น ๆ 3-4 เปอร์เซ็นต์ สำหรับปริมาณกรดและน้ำตาลในฝักมะขามอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับพันธุ์ การดูแลรักษาและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ
มะขามหวานเป็นไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ มีอายุยืน แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นพุ่มทรงกลมแน่น ลำต้นเหนียวหักโคนยาก และรากลึก ทนแล้งเป็นไม้ผลกึ่งเขียวตลอดปี (Semi-evergreen) แต่จะค่อย ๆ สลัดใบแก่ในฤดูร้อน ประมาณเดือนมีนาคม - เมษายน พร้อมกันนั้นก็จะผลิใบใหม่ขึ้นมาแทน เมื่อใบเริ่มแก่ก็จะออกดอก คือประมาณเดือนเมษายน - พฤษภาคม ติดฝักอ่อนพอมองเห็นได้ราว ๆ ปลายเดือนพฤษภาคม - มิถุนายนและฝักจะแก่เก็บได้ประมาณปลายเดือนธันวาคม - มีนาคม ซึ่งจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์ ปริมาณของฝนและความชื้น
สูตรการผลิต ครีมล้างหน้ามะขาม นี้ได้มาจาก รพ.พระนั่งเกล้า โดย เจตสุภา ลลิตอนันต์พงศ์ และ กนกวรรณ สิทธิเสรีธาดา เภสัชกร งานผลิตยา เป็นผู้ปรุงครีมสูตรนี้ ซึ่งทั้งสองบอกว่านำสูตรนี้มาจากภูมิปัญญาชาวบ้านนั่นเอง
ส่วนผสม มีส่วนผสมอยู่ 4 ชนิดคือ
วิธีทำ
วิธีใช้ครีมล้างหน้ามะขาม หลังจากล้างหน้าปกติแล้วพอกทิ้งไว้ให้ทั่วใบหน้าสัก 5 นาที แล้วล้างออกทุกวัน มะขามจะมีสารสกัดผลไม้ (AHA) ธรรมชาติอยู่แล้ว ทำให้ลดรอยจุดด่างดำ นมสด ขมิ้นและน้ำผึ้งสำหรับบำรุงผิว