มะขามหวาน จะออกชุกที่สุด ในช่วง ปลายเดือน ม.ค.-ก.พ. ของทุกปี แต่หลังจากนี้ ก็สามารถหาซื้อ มะขามได้ ตามร้านขายของฝาก ทั้งในตัวเมือง และตามริมทางหลวงหมายเลข 21 (สระบุรี-หล่มสัก) จะเห็นร้านขายมะขาม อยู่ตลอดสองข้างทาง สามารถชิม และเลือกซื้อได้
แต่ถ้าอยากได้มะขามรสดี ขอแนะนำให้ไปเลือกซื้อจากร้านเด่นชัย กระต่ายเผือก ซึ่งเป็นเจ้าของไร่มะขามหวานที่ขึ้นชื่อในตัวเมืองเพชรบูรณ์ หรือร้านขายของฝากจากไร่มะขามสารัช อ. หล่มเก่า ซึ่งนอกจากมะขามหวานแล้ว ยังนำมะขามมาแปรรูปเป็นมะขามดอง มะขามแช่อิ่ม มะขามคลุกน้ำตาล มะขามกวน มะขามเปียก ฯลฯ อีกด้วย
สำหรับราคามะขามแต่ละพันธุ์ขึ้นอยู่กับขนาด รสชาติ และผลิตผล ว่ามีจำนวนมากหรือน้อยในแต่ละฤดูกาล ตัวอย่างราคา - พันธุ์สีทอง 60-120 บาท/กก. - พันธุ์ประกายทอง 50-100 บาท/กก. - พันธุ์หมื่นจง 50-80 บาท/กก. - พันธุ์ศรีชมภู 40-60 บาท/กก. - พันธุ์อินทผาลัม 35-55 บาท/กก. - พันธุ์ปลาดุก 30-50 บาท/กก.
วิธีเลือกซื้อ ให้เลือกซื้อฝักมะขามที่แห้ง น้ำหนักเบา เมื่อลองดีดดูที่ฝัก จะมีลักษณะกลวง เลือกฝักที่สมบูรณ์ เปลือกไม่แตก ไม่มีแมลงเจาะเปลือกเป็นรู หรือมีเชื้อรา สำหรับมะขามหวานพันธุ์ที่นิยมกันและวิธีเลือกซื้อ มีดังนี้ 1. พันธุ์สีทอง เป็นมะขามที่กลายพันธุ์มาจากพันธุ์หมื่นจง และเป็นที่ยอมรับกันว่าเป็นสายพันธุ์มะขามหวานที่ดีเยี่ยม โดยนายประหยัด กองมูล เกษตรชาว อ. หล่มเก่า เป็นผู้ค้นพบ มะขามพันธุ์นี้จะสุกในราวเดือน ก.พ. ถึงต้นเดือน มี.ค. ให้เลือกมะขามที่ฝักขนาดค่อนข้างใหญ่ กลม โค้งเล็กน้อย เพราะถ้าโค้งมากเปลือกนอกจะหนา ฝักที่สุกจะเป็นสีนำตาล เนื้อข้างในหนามีสีเหลืองทอง ลองชิมดูจะมีรสหวานจัด 2. พันธุ์หมื่นจง เป็นต้นตระกูลของพันธุ์มะขามหวาน มีอายุมากกว่า 200 ปี มีถิ่นกำเนิดที่ อ. หล่มเก่า โดยขุนหมื่นจงเป็นผู้ค้นพบ ควรเลือกฝักค่อนข้างกลม มีลักษณะโค้งปานกลางถึงเป็นรูปวงกลม ฝักที่สุกจะมีเปลือกสีน้ำตาลแดง เนื้อเหนียวเหมือนกล้วยตาก ลองชิมดูจะมีรสชาติหอมหวาน เมล็ดเล็ก ล่อนง่าย 3. พันธุ์ประกายทอง (พันธุ์ตาแป๊ะ) มีต้นกำเนิดอยู่ที่บ้านโป่งตาเป้า อ. ชนแดน โดยนายเจียง แซ่เฮง ได้นำเมล็ดมาเพาะพันธุ์ ฝักจะแก่เก็บได้ตั้งแต่เดือน ธ.ค. ลักษณะฝักมีขนาดยาว ใหญ่ โค้งงอ ไม่มีเหลี่ยม ฝักสุก เปลือกจะบางผิวเรียบเป็นสีน้ำตาล สีเนื้อเป็นสีน้ำผึ้ง เนื้อหนาตกทราย รสหอมหวาน รกหุ้มเนื้อน้อย เมล็ดเล็ก
Comments are closed.