มะขาม.com - Tamarind Blog

2
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

     นักวิชาการมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แนะเคล็ดลับในการปลูกมะขามให้ได้ฝักมาก เจ้าของสวนต้องดูแลตั้งแต่การเก็บเกี่ยวฝัก 
 
     รศ.ฉลองชัย แบบประเสริฐ อาจารย์ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยถึงเคล็ดลับการดูแลมะขามหวานให้ได้ปริมาณมากและคุณภาพดีว่า เจ้าของสวนต้องดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ตั้งแต่เก็บเกี่ยวฝักหมดแล้วให้ตัดแต่งกิ่งให้ในพุ่มต้นโปร่ง ตัดกิ่งจากโคนกิ่งใดกิ่งหนึ่งไปหาปลายกิ่ง จะตัดกิ่งแห้ง กิ่งชี้    เข้าในพุ่ม กิ่งฉีกหัก กิ่งเป็นโรคแมลง และฝักแตก ฝักแห้งออก ถ้าปลายกิ่งพ้นชายพุ่มไปหาแสงได้จะเอาไว้ ยอดของพุ่มที่ไม่สามารถพ่นยาป้องกันแมลงและโรคได้ถึงให้ตัดออกได้ ควรให้ปุ๋ย 15-15-15 ทางดินโดยวัดจากชายพุ่มไปยังโคนต้นเป็นเมตรได้กี่เมตร เท่ากับกิโลกรัมของปุ๋ย เช่น ถ้าได้ 3 เมตร ให้ใส่ 3 กก. แล้วให้น้ำจน    ชุ่ม มะขามจะเริ่มแตกตาเจริญเป็นกิ่ง เมื่อแตกกิ่งใหม่ในระยะนี้ ควรพ่นด้วยยาป้องกันกำจัดแมลงด้วยยา “คาบาริล” เช่น  เซฟวิน หรือ S-85 ผสมกับยาป้องกันกำจัดราแป้ง เช่น ไพราโซฟอส (ซาพรอล) หรือไตรโฟรีน (อาฟูกาน) ผสม        ปุ๋ยใบ 10-52-17 ที่มีอาหารธาตุรอง และยาจับใบ 1-2 ครั้ง ช่วยให้กิ่งที่แตกใหม่สมบูรณ์และ  มีตาดอก เมื่อช่อดอกเจริญควรพ่น  ยาป้องกันแมลงโดยเฉพาะเพลี้ยไฟและราแป้งขาวอีก 1-2 ครั้ง ก่อนดอกบาน
  
     ช่วงดอกบานให้น้ำปกติ ปล่อยให้แมลงผสม เมื่อติดฝักที่ 1-2 ขนาดยาว 1-2 ซม. ให้พ่นปุ๋ย 21-21-21 ที่มีอาหารธาตุรองทุก 10 วัน และป้องกันราแป้งด้วย จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกในดินเมื่อติดฝักยาว 2-4 ซม. ต้นละ 2-3 เข่ง ขนาดเข่งละ 20 กก. พ่นยาป้องกันแมลงและราในระยะฝักเจริญเติบโต ป้องกันหนอนเจาะฝักและราแป้ง และใส่ปุ๋ยทางดินเพิ่มขึ้นอาจใช้สูตร 15-15-15 ผสมกับยูเรีย อัตราส่วน 2 : 1 ปริมาณต่อต้นใส่เท่า  กับที่ใส่ปุ๋ยให้ครั้งแรก พร้อมกับให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะฝนทิ้งช่วงกลางปีช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. อย่าให้ขาดน้ำมิฉะนั้นจะเกิดรสเปรี้ยวเมื่อฝักสุก ยาป้องกันแมลงและรากต้องพ่นอยู่เสมอ
 
     ช่วงปลายฝนในเดือน ก.ย.-ต.ค. ฝักจะแก่ ควรใส่ปุ๋ยทางดินด้วยปุ๋ยโพแทสเซียมสูง เช่น 13-13-21, 8-24-24 หรือ 9-24-24  หรือ 0-0-50 หรือ 0-0-60 ต้นละประมาณ 1-2 กก. แล้วแต่ขนาดของต้น เมื่อฝักสุกควรเก็บเกี่ยวอย่างระมัดระวังไม่ให้ฝักแตก ฝักที่เก็บมา ควรแยกเป็นพันธุ์ และคัดขนาดใหญ่ กลาง เล็ก ฝักที่เก็บเกี่ยวบางครั้งพบคราบดำที่ฝัก เกิดจากราดำขึ้นที่มูลของเพลี้ยจะอยู่ที่ผิวฝัก สามารถขัดออกด้วยฟองน้ำหรือสก๊อตช์ไบรต์ที่ชุ่มน้ำ และ เอาฝักที่ขัดล้างในน้ำไหลผิวจะสวยและน้ำไม่เข้าเนื้อแล้วนำไปอบได้
 
     นอกจากการดูแลต้นมะขามแล้ว อาจารย์ยังได้บอกวิธีอบฝักมะขามอีกว่าทำได้ 3 วิธี คือ 1. อบด้วยตู้แสงอาทิตย์ แบบของกรมส่งเสริมการเกษตร อุณหภูมิ 58-60ํC นาน 1 วัน 2. อบด้วยตู้อบไอร้อนจากแก๊ส อุณหภูมิ 70ํC  นาน 30 นาที 3. นึ่งด้วยไอน้ำเดือด แต่วิธีนี้ไม่นิยมทำเพราะจะทำให้ผิวเปลือกคล้ำและต้องผึ่งให้แห้งหลังนึ่งซึ่งใช้เวลานาน จากนั้นจึงนำไปบรรจุใส่ถุงหรือกล่องพลาสติกเพื่อจำหน่ายต่อไป


This entry was posted on วันจันทร์, มีนาคม 2nd, 2009 at 12:10 pm and is filed under มะขามเกษตรกรรม. You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. Responses are currently closed, but you can trackback from your own site.
 

Comments are closed.





 

;