การเกิดปักแตกของมะขามหวานเพราะเปลือกเปราะไม่แข็งแรงน่าจะมาจากดินขาดซิลิกอนที่ละลายได้ ขาดแคลเซียมหรือมีแคลเซียมแต่ขาดโบรอนเวลาฝนตกดินจังหวัดแพร่ถูกน้ำชะล้างง่ายและรุนแรง ทำเกิดสภาพดินทรายหรือดินขาดแร่ธาตุบางชนิดที่จำเป็นต่อการสร้างความแข็งแรงของเปลือกฝักมะขาม แคลเซียมเป็นองค์ประกอบของแคลเซียมเพ็คเตรด เป็นองค์ประกอบของเพ็คตินที่เป็นส่วนประกอบของเปลือก ธาตุโบรอนเป็นจุลธาตุช่วยการทำงานของแคลเซียม ลักษณะดินภูเขาดินลาดเอียงจะทำให้น้ำชะล้างธาตุอาหารบางชนิดง่ายขึ้น แนวทางแก้ปัญหาน่าจะใช้ปุ๋ย 14-9-20 หรือ 14-14-21 5 กก. พรมน้ำพอชื้นใส่ซิลิโคเทรซ 5 ช้อนแกง เคล้าให้เข้ากันใส่ภูไมท์ 1 กก. คลุกให้เข้ากันอีกครั้งหนึ่ง ใช้ปุ๋ยนี้ร่วมกับปุ๋ยอินทรีย์ และภูไมท์ซัลเฟต อาจทดลองก่อนบางต้น ใช้ภูไมท์ซัลเฟต 20 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 งาน โรยทั่วบริเวณพื้นดินใต้พุ่มต้น ส่วนการฉีดพ่นทางใบจะใช้ไวตาไลเซ่อร์ อัตรา 1 ช้อนชา ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือภูไมท์ซัลเฟต 200-300 กรัม แช่ในน้ำ 20 ลิตร กวนให้ละลายน้ำ ทิ้งให้ตกตะกอน 10 นาที แล้วรินเอาแต่น้ำส่วนบนไปฉีดพ่นก็ได้ หากไม่สะดวกในการหาปุ๋ยจุลธาตุต่างๆ อาจใช้ปุ๋ยไปตามปกติที่ทำอยู่แต่ลดครึ่งหนึ่งแล้วใช้แทนด้วยภูไมท์ซัลเฟตครึ่งหนึ่ง ถ้าใช้ภูไมท์ซัลเฟตมาตั้งแต่ฝักยังเล็กก็แทบจะไม่มีฝักแตกเลย
ที่มา : อาจารย์ดีพร้อม ไชยวงศ์เกียรติ, ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
Comments are closed.