Deprecated: Assigning the return value of new by reference is deprecated in /home/tamarind/public_html/wp-includes/cache.php on line 103

Deprecated: Assigning the return value of new by reference is deprecated in /home/tamarind/public_html/wp-includes/query.php on line 61

Deprecated: Assigning the return value of new by reference is deprecated in /home/tamarind/public_html/wp-includes/theme.php on line 1109
มะขาม.com
 
มะขาม.com - Tamarind Blog


 หน้าที่ 1 จาก 11 

 1  2  3  4  5 » ...  หน้าสุดท้าย » 


21
มี.ค.
โพสในหมวด เมนูอาหารที่ใช้มะขาม by Tamarind

 

เครื่องปรุงแกงส้มลูกชิ้นปลากรายใบมะขามอ่อน

  1. เนื้อปลากรายขูดมาแล้ว 500 กรัม
  2. ใบมะขามอ่อน 2 ถ้วย
  3. น้ำมะกรูด 3 ผล
  4. พริกขี้หนูแห้ง 15 เม็ด
  5. เกลือป่น 1 ช้อนชา
  6. กะปิดี 1 ช้อนโต๊ะ
  7. หอมแดง 5 หัว
  8. น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ
  9. น้ำปลดี 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุง

     โปรดสังเกตว่า “แกงส้มลูกชิ้นปลากรายใยมะขามอ่อน”นี้ ไม่มีผักร่วมอยู่เลย นอกจาก ใบมะขามอ่อน
เท่านั้นเอง ไม่มีผักบุ้ง ผักกระเฉด ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว แตงกวา ฟัก หรือผักอะไรทั้งสิ้น เป็นการเอาลูกชิ้นปลากรายมาแกงล้วนๆ ให้ท่านเคี้ยวอย่างอร่อยปากจริงๆ

  1. โขลกเครื่องแกงก่อน คือเอาเกลือป่นใส่ครก พริกขี้หนูแห้ง หัวหอมแดง
    กะปิดี โขลกให้แหลกแล้วเอาพักไว้ก่อน
  2. นำเนื้อปลากรายลงครกโขลกไปสักพักแล้วเอาน้ำปลาดีเหยาะลงสัก 2 ช้อนชา โขลกไปอีกจนเนื้อปลากราย
    เหนียวหนึบ โขลกไปอีกจนเหนียวมากยิ่งขึ้น
  3. ละลายเครื่องแกงส้ม ลงใส่หม้อแกง ตั้งบนเตาไฟจนเดือดใส่ปลากรายลงไปด้วยการหยิบเนื้อปลากรายเป็นชิ้นๆ ไม่ต้องปั้นเป็นลูกกลมๆ
  4. ปลาสุกแล้วใส่น้ำมะกรูดที่บีบเอาไว้ลงไป ใส่มะกรูดที่บีบเอาน้ำไปแล้วลงด้วย ระวังอย่าเอาเมล็ด ใส่น้ำปลาดี น้ำตาลปี๊บลงผสม ชิมดูรสว่าเป็นอย่างไร
  5. จะหอมมะกรูดมาก ไม่เปรี้ยวเติมน้ำมะกรูดอีกได้ ไม่เค็มเติมน้ำปลาดี ไม่หวานก็เติมน้ำตาลปี๊บ พอรสได้ที่ก็ใส่ใบมะขามอ่อน รีบปิดฝายกลงทันที

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
21
มี.ค.
โพสในหมวด เมนูอาหารที่ใช้มะขาม by Tamarind

     ทำน้ำเชื่อมขิงใบมะขาม อร่อยชื่นใจ ไว้ให้ลูกหลานรับประทานแก้ไอ กันดีกว่า

สรรพคุณ
     ยาแก้ไอสำหรับเด็กเล็ก

ตัวยาประกอบด้วย

  1. ขิงแก่สด
  2. ใบมะขามอ่อน หรือมะขามเปียก
  3. น้ำตาลทราย

วิธีทำ

  1. นำขิงแก่สดมาหั่นเป็นแว่นๆ ประมาณ 30 ชิ้น
  2. เติมน้ำลงในหม้อ 2 แก้ว (แก้วขนาด 250 ซี.ซี.) แล้วใส่ขิงที่หั่นไว้ลงไป นำไปตั้งไฟ ต้มให้เดือดนาน 5 – 10 นาที
  3.  ตักเอาเนื้อขิงออกให้หมดแล้วนำไปตั้งไฟต่อ
  4. นำใบมะขามอ่อนที่ล้างสะอาดใส่ลงในหม้อพอให้ปริ่มน้ำ หรือมะขามเปียกครึ่งช้อนโต๊ะ ต้มต่อไปให้เดือดนาน 5 – 10 นาที
  5.  กรองเอาใบมะขามหรือมะขามเปียกออกด้วยผ้าขาวบาง
  6. นำน้ำขิงใบมะขามที่ได้มาตั้งไฟอ่อนๆ ค่อยๆ เติมน้ำตาลงไปจนเป็นได้รสชาติที่พอใจ

วิธีใช้
     ใช้ดื่มแก้ไอ


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
14
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

     นักวิจัย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) พัฒนา “เครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น” ประสิทธิภาพเยี่ยมสำเร็จ กำลังการผลิตสูง อายุการใช้งานนาน ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก บี.บี. ฟูด ประเดิมเป็นรายแรก เตรียมผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงส่งออกยุโรปและอเมริกา

     สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) แถลงความสำเร็จในการพัฒนา “เครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น” ที่ปรับปรุงใหม่จนมีประสิทธิภาพการใช้งานดีเยี่ยม พร้อมส่งมอบต่อให้เอกชนไทยรายแรกเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 7 ก.พ.51 โดยนักวิจัยเตรียมพัฒนาต่อให้สามารถใช้งานได้กับผลิตภัณฑ์อื่นๆ เพื่อรองรับการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรในประเทศไทย

     นายสัมพันธ์ ศรีสุริยวงษ์ นักวิชาการฝ่ายเทคโนโลยีการอาหารของ วว. เปิดเผยว่า มะขามเป็นเครื่องปรุงรสที่ใช้กันแพร่หลายและใช้มานานแล้ว หรือเป็นส่วนผสมในซอสปรุงรสต่างๆ แต่น้ำมะขามพร้อมปรุงสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายทั่วไปส่วนใหญ่ยังไม่ได้มาตรฐาน เพราะการผลิตยังใช้แรงงานคนเป็นหลัก หรือใช้เครื่องจักรที่ผิดประเภท เช่น นำเครื่องคั้นน้ำกะทิมาใช้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ไม่ได้มาตรฐาน มีการปนเปื้อนสูง และอายุการเก็บรักษาสั้นลง จึงเป็นที่มาของการคิดค้นเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปี 2547

     ในตอนแรกสร้างเป็นเครื่องแยกกากน้ำมะขามก่อน ซึ่งมีเอกชนหลายรายนำไปใช้บ้างแล้ว แต่ก็พัฒนาปรับปรุงเรื่อยมาจนเป็นเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นที่สมบูรณ์แบบ ทำจากสแตนเลสเกรดที่ใช้กับงานด้านอาหาร มีระบบการกรอง 2 ชั้น ทั้งกรองหยาบและกรองละเอียด กำลังการผลิต 600 ลิตรต่อชั่วโมง สามารถเดินเครื่องได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังทำความสะอาดง่าย ตัวเครื่องมีอายุการใช้งานนานกว่า 10 ปี แต่อาจต้องเปลี่ยนอะไหล่บ้าง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งาน

     ขั้นตอนการทำงานของเครื่อง เริ่มตั้งแต่นำน้ำมะขามที่ละลายและกวนผสมกับน้ำร้อนใส่ถังป้อนวัตถุดิบ น้ำมะขามจะไหลผ่านไปยังชุดกรองหยาบ ส่วนที่ไม่ผ่านตะแกรงกรองก็จะถูกกวาดออกมาด้านนอกเครื่อง น้ำมะขามก็จะผ่านต่อไปยังชุดกรองละเอียด และออกไปยังภาชนะรองรับในขั้นสุดท้าย เพื่อนำไปฆ่าเชื้อและใส่ยรรจุภัณฑ์ต่อไป

     นายสัมพันธ์ กล่าวต่อว่า แต่เดิมน้ำมะขามพร้อมปรุงที่ส่งออกไปยังต่างประเทศมักถูกส่งกลับ เพราะไม่ผ่านการตรวจสอบการปนเปื้อน เช่น มีเศษของเปลือกและเม็ดติดไปด้วย แต่น้ำมะขามที่ผ่านการกรองจากเครื่องนี้ได้คุณภาพเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ไม่มีกาก เปลือก และเม็ดปนเปื้อน สะอาด ถูกสุขลักษณะ และสามารถปรับเปลี่ยนความเข้มข้นของน้ำมะขามได้ตามความเหมาะสม ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้มะขามต่อน้ำในอัตราส่วน 1 ต่อ 2 ทั้งยังนำไปใช้ผลิตเป็นน้ำมะขามพร้อมดื่มได้ด้วย ซึ่งนักวิจัยบอกว่าจะพัฒนาต่อให้สามารถใช้ได้กับวัตถุดิบที่หลากหลายมากขึ้น เช่น องุ่น มะม่วง มะเขือเทศ และลองกอง เป็นต้น

     สำหรับเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นเครื่องแรกนี้ บริษัท บี.บี. ฟูด โปรดิวซ์ จำกัด เป็นเอกชนรายแรกที่จะนำไปใช้ผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป

     ทั้งนี้นายวุฒิชัย พรอารักษ์ กรรมการบริหารของบริษัท เผยว่า ทางบริษัทผลิตน้ำซอสปรุงรสและผลิตภัณฑ์ปรุงรสส่งออกมากว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยผลิตน้ำมะขามพร้อมปรุงมาก่อน ทว่ามีลูกค้าถามถึงผลิตภัณฑ์น้ำมะขามพร้อมปรุงเข้ามาด้วย จึงสนใจเพิ่มผลิตภัณฑ์นี้เข้าไปด้วย ซึ่งในตอนแรกจะรับผลิตและส่งออกตามจำนวนที่ลูกค้าสั่งในประเทศที่มีฐานลูกค้าเดิมอยู่แล้วเป็นหลัก

     ส่วนผู้ที่สนใจเครื่องผลิตน้ำมะขามเข้มข้นนี้สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเทคโนโลยีอาหาร วว. โทร. 0-2577-9000, 0-2577-9133 ในวันและเวลาราชการ หรืออีเมล์ tistr@tistr.or.th


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
14
มี.ค.
โพสในหมวด เกล็ดเล็กเกล็ดน้อย by Tamarind

     พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 ได้ให้ความหมายของ เขียง หมายถึง ไม้รองรับการสับ หั่น มักเป็นแผ่นกลมๆ

     เขียงส่วนมากจะใช้ต้นมะขาม ตัดเป็นแว่นตามขวางของลำต้น แต่ละชิ้นจะมีความสูงประมาณ 2-3 นิ้วขึ้นไป แล้วแต่ว่าขนาดของต้นมะขาม จะเล็กหรือใหญ่ ถ้ามีขนาดใหญ่ความสูงของเขียงก็จะเพิ่มขึ้นบางต้น มีขนาดใหญ่ถึง 50 ซม. หรือกว่านั้น ชาวบ้านจะลอกเปลือกออกเอาแต่เนื้อลำต้นเท่านั้น มะขามไม่มีแก่นเนื้อเหนียวและไม่แข็งเกินไป นอกจากนั้นเมื่อถูกน้ำแล้วไม่มียาง ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นแก่อาหารหรือพืชผักที่หั่นบนเขียง ไม่เหมือนไม้ชนิดอื่น ซึ่งอาจจะมียางทำให้เกิดกลิ่น เช่น ไม้แดงและไม้ยาง การทำเขียงของชาวบ้าน ดำเนินการโดยตัดตันมะขามขนาดที่พอเหมาะเลื่อยออกเป็นแว่น ๆ ใช้กบไสให้ผิวหน้าเรียบ แล้วใช้เกลือโรยไปบนเนื้อไม้นั้น เพื่อป้องกันมิให้เนื้อไม้แตกออกในขณะที่กำลังจะแห้ง

     ประโยชน์ของเขียง คือเป็นที่รองเวลาหั่นผัก หรือสับเนื้อหมู เขียงที่ใช้ไปนาน ๆ ตรงกลางจะเป็นแอ่งลึก การทำความสะอาดเขียงทำได้ 2 วิธี คือ ล้างน้ำแล้วเช็ดให้แห้งและใช้มีดขูดออกก็ได้


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
14
มี.ค.
โพสในหมวด เมนูอาหารที่ใช้มะขาม by Tamarind

แกงฮังเล เป็นอาหารของคนจังหวัดในภาคเหนือ (อาหารเหนือ)
เครื่องปรุง   

  1. ขาหมูเอากระดูกออก 1 กิโลกรัม
  2. น้ำพริกแกงเผ็ด 1 1/2 ขีด
  3. ผงฮังเล 1 1/2 ช้อนชา
  4. เกลือป่น และซีอิ๊วดำ อย่างละ 1 ช้อนชา
  5. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  6. น้ำปลา 2 โต๊ะ
  7. ขิงซอย หัวหอม กระเทียม อย่างละ 1 ขีด
  8. กระท้อนเปรี้ยวสับ 1 ถ้วย
  9. น้ำตาลอ้อย 5 ช้อนโต๊ะ
  10. มะขามเปียก 1 ถ้วย
  11. น้ำซุป 4 ถ้วย 

วิธีทำ

  1. หั่นขาหมูที่เอากระดูกออกแล้วเป็นชิ้น 1 1/2 นิ้ว คลุกด้วยพริกแกงเผ็ด ผงฮังเลซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว น้ำปลา และเกลือ หมักไว้ประมาณ 4 ชั่วโมง
  2. นำขาหมูที่หมักไว้ใส่หม้อตั้งไฟร้อนปานกลาง คนตลอดเวลา 30 นาที
  3. ใส่กระท้อนสับ คนต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
  4. ใส่น้ำตาลอ้อย คนต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
  5. ใส่มะขามเปียก คนต่อไปอีกประมาณ 5 นาที
  6. ใส่ขิงซอย หัวหอม กระเทียม คนให้เข้ากัน
  7. ใส่น้ำซุป 3 - 4 ถ้วย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน 1 ชั่วโมง จนเปื่อยได้ที่ชิมดู อาจเติมน้ำปลา 

อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามพืชเศรษฐกิจ by Tamarind

ตลาดมะขามเปรี้ยว

                มะขามเปรี้ยวเป็นพืชที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างกว้างขวาง โดยใช้เป็นส่วนประกอบของอาหาร ยา และเครื่องใช้ในครัวเรือน และยังทำเป็นในรูปอุตสาหกรรมได้อีก เช่นโรงงานน้ำพริก เครื่องปรุงน้ำพริกมะขามเปียกสำเร็จรูป สมุนไพรบำรุงผิวพรรณ เครื่องสำอาง ไวน์ แยม ซอสมะขาม ลูกอม เครื่องดื่ม ชามะขาม เยลลี่ ยาระบาย ยาลูกกกลอน
                ฉะนั้น ในขณะนี้ตลาดสำหรับมะขามเปรี้ยวถือว่ากว้างมากเหมาะสำหรับเป็นไม้ผลในการแปรรูปเป็นระบบอุตสาหกรรม และยังมีตลาดสำหรับการส่งออกอีกเป็นจำนวนมากจะเป็นในรูปมะขามเปียกแกะเปลือกแกะเมล็ด และตอนนี้มะขามแช่อิ่มที่ส่งไปในตลาดที่ญี่ปุ่นก็มีราคาสูงมาก
 

หมายเหตุ            
           ราคาการซื้อขายจะขึ้นลงตามฤดูการ  คุณภาพ  สถานการณ์ราคาตลาดกลาง   
           มะขามเปรี้ยวเป็นไม้ผลที่สามารถนำไปแปรรูปในอุตสาหกรรมได้มากมาย เก็บขายได้ตั้งแต่
                           - ยอดอ่อน            ใช้ทำอาหาร
                           - ฝักอ่อน              ทำน้ำพริก
                           - ฝักดิบ                เข้าโรงดองหรือแช่อิ่ม
                           - ฝักแก่                มะขามเปียก
                           - เม็ดมะขาม          เข้าโรงงานอุตสาหกรรม

ข้อดีมะขามเปรี้ยวยักษ์
            1. ต้นทุนการผลิตต่ำ
            2. สุกแล้วไม่จำเป็นต้องรีบขาย
            3. สามารถแปรรูปได้มากมาย
            4. ส่งออกไปขายต่างประเทศได้
            5. ดูแลรักษาง่าย


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

     การขยายพันธุ์มะขามอีกวิธีหนึ่ง ซึ่งได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบันคือ การเปลี่ยนยอด เนื่องจากการเปลี่ยนยอดมีข้อดีหลายประการ คือ
1. ได้ต้นพันธุ์ที่มีระบบรากแข็งแรง
2. มีการเจริญเติบโตเร็วไม่ชะงัก
3. สามารถบังคับทรงพุ่มได้ตามความต้องการ

ขั้นตอนในการเปลี่ยนยอดมะขาม

  1. การเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่
  2. 1.1 พลาสติกใสแถบกว้างขนาด 3/4 นิ้ว หรือ 1 นิ้ว
    1.2 กรรไกรตัดแต่งกิ่ง
    1.3 มีดขยายพันธุ์

    เทคนิค
    มีดขยายพันธุ์ จะต้องเป็นมีดที่คมและพอเหมาะต่อการปฏิบัติงาน ไม่จำเป็นต้องเป็นมีดที่มีราคาแพงแต่จะต้องลับให้คมอยู่เสมอ

  3. การเตรียมต้นตอ
  4. การเปลี่ยนยอดมะขาม ทำได้ 2 วิธีคือ
    2.1 เปลี่ยนยอดบนต้นตอที่มีขนาดเล็กในถุงพลาสติก วิธีนี้ไม่ค่อยนิยมทำกันเพราะประสบผลสำเร็จน้อย
    2.2 เปลี่ยนยอดต้นตอที่ปลูกในแปลง

    เทคนิค
    ต้นตอที่ปลูกในแปลงมีอายุระหว่าง 8 เดือน ถึง 2 ปี หรือต้นตอที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางลำต้นตั้งแต่ 1 เซนติเมตรขึ้นไป (ปลูกโดยวิธีเพาะเมล็ด) โดยใช้ระยะปลูก 8×8 เมตร ขุดหลุมปลูกขนาด 60 x60 x60 เซนติเมตร ผสมปุ๋ยคอกหลุมละ 1-2 บุ้งกี๋ คลุกเคล้าดินกับปุ๋ยคอกให้เข้ากัน นำต้นตอที่เพาะในถุงพลาสติกลงปลูก หลังจากปลูกต้นตอได้ 1 เดือน ควรใส่ปุ๋ยเคมี เช่น ใช้ปุ๋ยยูเรียประมาณต้นละ 1 ช้อนชา โรยรอบโคนต้นให้ห่างจากต้นพอประมาณ พรวนดินรอบโคนต้นเพื่อให้ปุ๋ยคลุกเคล้าเข้ากับดิน แล้วจึงรดน้ำตาม
    ควรใส่ปุ๋ยยูเรียประมาณ 2-3 ครั้ง โดยใส่ห่างกันครั้งละ 1 เดือน 1 เดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนทำการเปลี่ยนยอดประมาณ 10-15 วัน ควรใส่ปุ๋ยยูเรีย 1 ครั้ง เพื่อให้ต้นตอลอกเปลือกได้ง่ายขึ้น
    ต้นตอที่ทำการเปลี่ยนยอดควรมีอายุ 8 เดือนถึง 2 ปี ไม่ควรเปลี่ยนยอดบนต้นตอที่มีอายุมากกว่านี้ เพราะจะไม่ค่อยติดเนื่องจากต้นตออายุมากเกินไป

  5. การเตรียมยอดพันธุ์
  6. เทคนิค
    ควรเป็นยอดที่สมบูรณ์ปราศจากโรค-แมลงเปลือกมีสีเขียวอมน้ำตาล ใบชุดสุดท้ายเริ่มเปลี่ยนเป็นใบแก่
    ใช้กรรไกรตัดยอดพันธุ์ให้ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร ตัดแต่ใบออกให้หมดเพื่อป้องกันการคายน้ำตัดส่วนยอดพันธุ์ออกเล็กน้อย จากนั้นนำยอดพันธุ์ใส่ในถุงพลาสติกและเก็บในที่ร่ม เพื่อรักษายอดพันธุ์ให้สดอยุ่เสมอ ข้อสำคัญ ไม่ควรตัดยอดพันธุ์ทีละมาก ๆ เพราะจะทำให้ยอดพันธุ์คายน้ำซึ่งจะมีผลทำให้เปอร์เซนต์การติดลงลง

  7. วิธีการเปลี่ยนยอด
  8. เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็ถึงขั้นตอนการเปลี่ยนยอด โดยเฉือนยอดพันธุ์ให้แผลยาวประมาณ 5-7 เซนติเมตร เฉือนให้ตาของยอดพันธุ์ดีอยู่ด้านข้างทั้ง 2 ด้าน เสร็จแล้วจึงเปิดเปลือกต้นตอโดยกรีดแผลจากบนลงมาล่าง 2 แผล ให้แผลห่างกันประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วกรีดแผลด้านบนให้ประสานกัน
    ใช้ปลายมีดขยายพันธุ์เปิดเปลือกต้นตอ แล้วลอกเปลือกให้มีความยาวเท่ากับแผลของยอดพันธุ์ สอดยอดพันธุ์ดีเข้ากับแผลของต้นตอ แล้วเฉือนเปลือกต้นตอออกให้เหลือประมาณ 2-3 เซนติเมตร
    ใช้พลาสติกใสพันต้นตอและยอดพันธุ์ดี โดยพันจากด้านล่างขึ้นด้านบน พันให้ปิดยอดพันธุ์ ควรพัน 2 รอบ ระหว่างพันพลาสติกควรดึงพลาสติกให้ตึงอยู่เสมอเพื่อให้รอยแผลสนิทกันดียิ่งขึ้น
      

  9. การดูแลรักษาหลังเปลี่ยนยอด
  10. หลังเปลี่ยนยอด 1 สัปดาห์ ให้ตรวจดูยอดพันธุ์ถ้ายอดพันธุ์ดีเปลี่ยนเป็นสีดำหรือน้ำตาลแสดงว่ายอดไม่ติดควรเปลี่ยนยอดใหม่ให้สูงจากรอยแผลเดิมเล็กน้อย ถ้ายอดพันธุ์ดีเป็นสีเขียวสดอยู่แสดงว่ายอดติด ใช้ปลายมีดกรีดพลาสติกเฉพาะบริเวณยอดใหม่ที่จะผลิออกมาเพื่อให้ยอดพันธุ์โผล่ออกมานอกพลาสติกได้
    เมื่อยอดพันธุ์ดี แตกยอดมาได้ 1 ชุด และใบเริ่มแก่ จึงตัดต้นตอทิ้ง โดยตัดให้สูงจากรอยแผลที่เปลี่ยนยอดประมาณ 1 นิ้ว ให้เฉียงไปด้านตรงข้ามกับยอดพันธุ์ดีใช้ปูนขาวหรือสารกันรา ทารอยแผลเพื่อป้องกันรอยแผลเน่า จากนั้นเมื่อยอดพันธุ์อายุได้ 2 เดือน จึงกรีดพลาสติกออกให้หมด แล้วใช้ไม้หลักผูกยึดยอดพันธุ์ดีป้องกันการฉีกขาดจากลมพายุ เนื่องจากแผลยังไม่ประสารเป็นเนื้อเดียวกัน


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

              ส่วนใหญ่จะใช้วิธีทาบกิ่ง เพราะการทาบกิ่งนั้นมีข้อดีหลายประการคือ สามารถได้พันธุ์ดีตรงกับต้นแม่พันธุ์เดิมกิ่งพันธุ์มีอายุยืน เนื่องจากมีรากแก้วจากต้นตอทำให้โค่นล้มยาก โตไวให้ผลผลิตได้เร็วกว่าการเพาะเมล็ด และการเพาะเมล็ดจะทำให้เกิดกลายพันธุ์ (การกลายพันธุ์จะเกิดการเพาะเมล็ดและผสมเกษร) การทาบกิ่งนั้นไม่นิยมทำในช่วงฤดูหนาวเพราะเป็นช่วงที่ต้นไม้พักตัว การทาบกิ่งจะไม่ค่อยได้ผลจะทำหลังจากผ่านฤดูหนาวไปแล้ว

                การเพาะต้นตอ ต้นตอเป็นส่วนที่สำคัญสำหรับการขยายพันธุ์ เพราะทำหน้าที่เป็นระบบรากของกิ่งพันธุ์ มีหน้าที่ชอนไชหาอาหาร และดูดน้ำดูดอาหารมาเลี้ยงต้นมะขามเปรี้ยวยักษ์ มะขามเปรี้ยวยักษ์มีรากจำนวนมาก จึงหาอาหารเก่งโตได้เร็ว สำหรับการทำต้นตอเราจะเพาะมาจากเมล็ดมะขามเปรี้ยวยักษ์ เพราะจะได้ต้นตอที่มีความสมบูรณ์แข้งแรงไม่มีโรคและแมลงทำลาย

                เราจะนำเมล็ดมะขามเปรี้ยวยักษ์ไปแช่น้ำในภาชนะแล้วคัดเอาเมล็ดที่ลอยน้ำทิ้งไว้ นำเมล็ดที่จมน้ำไปทำเพาะชำส่วนวัสดุที่ใช้ประกอบในการผสมดิน จะมีขี้เถ้าแกลบ ขี้วัว และดิน     ในอัตราส่วนที่เหมาะสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีนำกรอกถุงเพาะชำขนาด 4 x10 นิ้ว ตั้งไว้ในแปลงที่อยู่กลางแดด โดยมีพลาสติกรองพื้นอย่างน้อย 2 ชั้น     เพื่อป้องกันไม่ให้รากแก้วทะลุลงพื้น (เพราะเราเน้นในเรื่องที่ไม่ตัดรากแก้วทิ้ง)   จากนั้นเมล็ดมะขามเปรี้ยวยักษ์ทีตัดไว้แล้วมาถุงเพาะชำถุงละ 2 เมล็ด ใส่ลึกประมาณ 1 เซนติเมตร ระยะการไว้ถุงเพาะชำ สมารถวางในระยะชิดได้เลยแปลงหนึ่งวางได้ประมาณ 10 x10 ถุง   หลังจากนั้นให้ใช้เศษฟางมาคลุมหน้าถึงเพาะชำเพื่อกันหน้าดินแห้ง การรดน้ำให้รดนำพอเปียกวันละ 1 ครั้งประมาณ 2 อาทิตย์      เมล็ดก็จะเริ่มงอกปล่อยทิ้งไว้ให้ต้นตอสูงประมาณ 3-5 นิ้ว   หลังจากนั้นในแต่ละถุงให้เลือกถอนต้นตอที่ไม่สมบูรณ์ออก  ให้เหลือต้นที่แข็งแรงกว่าไว้ ทำการรดน้ำต่อไปวันละครั้งจนกว่าต้นจะนำไปใช้ในการขยายพันธุ์ได้จะอยู่ประมาณ 8-10 เดือน ในขณะนี้ไร่ของเราใช้เมล็ดมะขามยักษ์ในการเพาะต้นตอ ซึ่งจะโตได้ไวกว่ามะขามธรรมดา 1 เท่าตัว ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือนก็จะใช้ขยายพันธุ์ต่อได้

                ควรเลือกกิ่งพันธุ์ที่มีความสมบูรณ์ และมีขนาดเท่ากับต้นตอที่จะนำมาขึ้นทาบกิ่งพันธุ์ควรมีความยาวประมาณ 50-100 เมตร

ขั้นตอนในการทาบกิ่ง

                เลือกต้นตอและกิ่งพันธุ์ดีและให้ทำการเตรียมแผลที่กิ่งพันธุ์ โดยใช้มีดเฉือนกิ่งพันธุ์ดีให้เฉียงเข้าไปในเนื้อได้เล็กน้อยยาวประมาณ 1-1.5 นิ้ว การเฉือนให้เฉือนจากด้านล่างขึ้นด้านบน แผลทีเฉือนต้องเรียบและสะอาด นำมีดเฉือนทำแผลที่ต้นตอให้เฉียง แผลมีลักษณะเป็นปากฉลามให้ยาวเท่ากับแผลที่เตรียมไว้บนกิ่งพันธุ์แผลที่เฉือนต้องเรียบและสอาด ปักหลักไม้ลงดินตรงที่เราจะทาบให้แน่นเพื่อให้ทนลมหรือพายุฝน แล้วนำต้นตอที่เฉือนทำแผลเรียบร้อยแล้วนั้นไป ใกล้ไว้กับหลักไม้ที่เตรียมไว้ด้วยเชือกฟางให้แน่นๆ จากนั้นทำการประกบแผลของต้นตอกับกิ่งพันธุ์ดี โดยให้เปลือกข้างใดข้างหนึ่งอยู่ในแนวเดียวกับจัดให้แผลของกิ่งทั้งสองแนบสนิทกัน เพื่อให้เนื้อเยื่อเจริญติดกันเร็วขึ้น แล้วใช้ผ้าทาบที่เตรียมไว้พันแผลให้รอบมิดรอยทาบโดยพันจากข้างล่างขึ้นข้างบนแล้วมัดให้แน่น หลังจากนั้นทำการรดน้ำกันวันละครั้งเป็นเวลา 45-60 วัน จากนั้นใช้กรรไกรตัดกิ่งพันธุ์ที่ทาบลงมาปลักไม้ เพื่อช่วยพยุงลำต้นให้ตรงแล้วนำไปตั้งกลางแดด โดยรดน้ำวันละ
 1 ครั้งเป็นเวลา 6 เดือน เป็นอันเสร็จสิ้นพร้อมที่จำไปปลูกหรือออกจำหน่าย


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

               การปลูกมะขามเปรี้ยวที่ไร่จะแนะนำให้ปลูกโดยใช้ระยะปลูก 10 x 10 เมตร  หรือ 5×5 วา (ระยะห่างของแถว 10 เมตร ระยะห่างของต้น 10 เมตร) ไร่หนึ่งจะปลูกได้   16 ต้น/ไร่ เพราะมะขามเป็นไม้ผลที่เก็บกินในระยะยาวเป็นร้อยๆ ปี จึงต้องห่วงถึงอนาคต เพราะถ้าปลูกในระยะที่ชิดกันมาก จะมีผลต่อทรงพุ่มของมะขามเปรี้ยว เพราะมะขามเปรี้ยวชอบที่แจ้งแดดมาก น้ำน้อย เพราะถ้าปลูกในระยะที่ชิดกันมาก จะมีผลต่อทรงพุ่มของมะขามเปรี้ยว เพราะมะขามเปรี้ยวชอบที่แจ้งแดดมาก น้ำน้อย ถ้าปลูกในที่ร่มมะขามจะไม่โตและไม่ติดฝักให้และถ้าบำรุงรดน้ำใส่ปุ๋ยมากจนเกินไปก็จะไม่ติดฝัก ต้นจะสวยแต่บ้าใบ คือให้แต่ใบอย่างเดียว
              ส่วนการเตรียมหลุมลงปลูกสำหรับดินที่มีความแน่นหรือแห้งแข็ง ในช่วงแรกให้ขุดหน้าดินให้กว้าง50 เซนติเมตร ลึก 50 เซนติเมตร หาเศษหญ้า ปุ๋ยคอก (ขี้วัว) มารองก้นหลุม ถ้าดินในที่นั้นแห้งแล้งน้ำน้อยให้กากมะพร้าวชิ้นใหญ่ๆ ลงไปที่ก้นหลุมด้วยกลบดินตามเดิม แล้วขุดดินขึ้นมาแค่ 1 หน้าจอบ แล้วนำต้นพันธุ์มะขามเปรี้ยวยักษ์ลงปลูกให้ระดับดินอยู่ใต้ผ้าทาบ 1 อาทิตย์ หลังจากลงปลูกจึงกรีดผ้าทาบออก ต้องหาไม้มาช่วยค้ำต้นกันลมโยกต้น รดน้ำวันละ 1 ครั้งในช่วงแรกๆ หลังจากนั้นค่อยทิ้งช่วง ประมาณ 6 เดือน หลังจากลงปลูกให้ใส่ปุ๋ยคอกแต่ถ้าไม่มีก็ให้ใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 อัตราส่วน 100-200 กรัม   / 1ต้น ใน 1 ปีแรกแบ่งเป็น 2 ครั้ง คือ 6 เดือน ต่อ ครั้ง  จำนวน 100,200 กรัม ตามลำดับ สำหรับปีต่อๆ ไปให้เพิ่มปุ๋ยมากขึ้นตามทรงพุ่มของต้น
              การดูแลเหมือนไม้ผลทั่วๆ ไป หลังจาก 2 ปีขึ้นปีที่ 3 ถ้าอยากให้มะขามติดฝักหยุดน้ำหยุดปุ๋ยให้ต้นสลัดใบในช่วงหน้าร้อน พอต้นฝน ฝนตกลงมาต้นมะขามก็จะแตกในใบอ่อนให้ใหม่และออกดอกติดฝักให้ หลังจากออกดอกติดฝักให้บำรุงรดน้ำใส่ปุ๋ยและเด็ดฝักอ่อนทิ้งบ้างถ้าเกิดช่วงปีแรกเราเก็บฝักไว้เยอะเกินไป จะทำให้ต้นโทรมได้ เพราะเมื่อมะขามติดฝักแล้วต้นจะเริ่มโตช้าลงเพราะมะขามจะนำอาหารไปเลี้ยงฝักหมด
            เมื่อมะขามให้ฝักเราสามารถใส่ปุ๋ย สูตร 15-15-15 โดยแบ่งใส่ 2-3 ครั้ง พร้อมกับขี้วัวจะช่วยให้ฝักใหญ่มีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น นอกจากปุ๋ยเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของต้นมะขามแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือน้ำในระยะปลูกใหม่ ถ้าฝนไม่ตกต้องมีการรดน้ำทุก 1-2 วัน (ขึ้นอยู่กับสภาพของดิน) หรือประมาณ 1 สัปดาห์ จนกว่ามะขามยักษ์จะเริ่มเป็น จากนั้นจึงเว้นช่วงไม่ต้องมีการรดน้ำบ่อยให้ทิ้งห่างเป็น 7-10 วันต่อครั้ง เฉพาะในช่วงฤดูแล้วของปีแรก


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 
13
มี.ค.
โพสในหมวด มะขามเกษตรกรรม by Tamarind

                มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นพืชทนแล้งสามารถเจริญเติบโตได้ดีแม้ในพื้นที่ที่แห้งแล้ง ธรรมชาติของมะขามมีความแข็งแรงทนทานมาก มะขามเปรี้ยวจะเริ่มสลัดใบในช่วง มีนาคม-เมษายน ในช่วงหน้าร้อนยิ่งแล้งก็ยิ่งร่วง แต่หลังจากที่รับน้ำในต้นฝน มะขามเปรี้ยวก็จะแตกใบอ่อน และในการแตกใบอ่อนก็จะออกดอกติดฝักมะขามจะออกหลายชุดใน 1 ปี แต่ในหนึ่งชุดนั้นจะมีหลายชุดประมาณ 10-20 ชุด
            ชุดแรกจะออกในช่วงต้นฝนประมาณพฤษภาคมแต่ก็ยังติดไม่มากนัก บางครั้งเจอลมเจอฝนออกก็อาจจะร่วง ส่วนชุดถัดไปจะเริ่มติดมากขึ้นในแต่ละรุ่นการสุกก็จะอยู่ไล่เลี่ยกัน ใช้เวลาตั้งแต่ออกดอกจนถึงฝัก แก่ก็ประมาณ 3-4 เดือนเลยทีเดียว แต่ถ้าจะเก็บฝักดิบในการนำไปแช่อิ่มจะอยู่ประมาณกันยายน-ตุลาคม ชุดแรกฝักแก่ประมาณธันวาคมแล้วก็ไล่ไปเรื่อยจนถึงชุดสุดท้าย อาจเก็บฝักแก่ประมาณ มีนาคม
            วิธีจะดูว่าฝักมะขามจะเก็บได้หรือยังในฝักแก่หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า มะขามกอก เราจะสังเกตจากสีของเปลือกมะขามจะมีสีน้ำตาลนวลๆ หรืออาจเป็นสีน้ำตาลเหลือง เวลาสุกให้ใช้นิ้วดีดเบาๆ จะมีเสียงออกกลวงๆ แต่ถ้ายังไม่สุกเสียงในการดีดฝักจะออกแน่นๆ ในฝักที่สุกแล้วใช้นิ้วขูดที่ผิวของฝักจะไม่เป็นริ้วรอย  เนื้อจะแห้งยุบตัวแยกออกจากเปลือก
            โรคของมะขามเปรี้ยวที่อาจจะเกิดคือโรคของแมลงรบกวนมากัดกินใบอ่อนบ้างแต่ไม่มาก ส่วนอีกโรคคือโรคราแป้งขาว จะเกิดเชื้อระบาดรุนแรง ในสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง ซึ่งจะทำให้ต้นมะขามโทรม ถ้าเป็นในช่วงออกดอกติดฝักจะทำให้ลดจำนวนลง มักเกิดในช่วงปลายฝนเราสามารถใช้กำมะถันผงฉีดพ่นช่วงเย็นๆ ประมาณ 1-2 ครั้ง ราแป้งก็จะหายไป


อ่านรายละเอียดบทความนี้    No Comments »  
 


 หน้าที่ 1 จาก 11 

 1  2  3  4  5 » ...  หน้าสุดท้าย » 


 

;